เรื่องนี้ต้องย้อนความกันเล็กน้อย "ล่าความจริง" เคยนำเสนอประเด็นผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีพฤติกรรมนำทรัพยากรของมหาวิทยาลัย ทั้งรถยนต์ น้ำมันเชื้อเพลิง และบุคลากร ไปใช้ในกิจกรรมส่วนตัว เช่น ทำบุญทอดผ้าป่าในนามตัวเอง ทั้งยังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น นำรถประจำตำแหน่งไปใช้ ทั้งๆ ที่รับค่าตอบแทนการเดินทางเหมาจ่ายไปแล้วเดือนละ 31,800 ตามระเบียบกระทรวงการคลังไปแล้ว
กลุ่มอาจารย์ที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรม ได้พยายามร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้ ทั้ง ป.ป.ช. คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมทั้ง กกอ. หรือ คณะกรรมการการอุดมศึกษา ปรากฏว่าต่อมาที่ประชุม กกอ.มีมติให้สภามหาวิทยาลัยดำเนินการสอบสวนผู้บริหารรายนี้ รวมทั้งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว พร้อมทั้งเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหมอธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ให้เสนอไปยัง คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าควบคุมการบริหารของมหาวิทยาลัย ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 39/2559 แต่ทั้งสองเรื่องไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งๆ ที่ กกอ.มีมติตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ล่าความจริง ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ จะมีการประชุม กกอ. เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวของเราจึงขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ วิชัย ริ้วตระกูล ประธาน กกอ. ได้รับคำตอบว่า เรื่องนี้ กกอ.ได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ทั้งการขอให้ตัวผู้บริหารระดับสูงรายนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยตรวจสอบ รวมถึงการนำคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 มาใช้ดูแลความเรียบร้อยของมหาวิทยาลัย ฉะนั้นจึงขอให้ผู้สื่อข่าวไปสอบถามความคืบหน้ากับทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ.เอง
สำหรับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาธรรมาภิบาลและความไม่โปร่งใสในการบริหารงานภายในมหาวิทยาลัยมากกว่า 20 เรื่อง โดยอาจารย์ในสถาบันหลายคนได้ส่งเรื่องไปยังองค์กรตรวจสอบภายนอก ทั้ง ป.ป.ช. , สภานิติบัญญัติแห่งชาติ , สกอ.. รวมไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายกรัฐมนตรี แต่แทบทุกเรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า