จากปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ภาครัฐหรือแม้แต่ประชาชนเอง เกิดความตื่นตัวต่อการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดทั้งตัวเมืองกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงจังหวัดต่างๆ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทั้งนี้หนึ่งในโปรเจกต์ของการเร่งรัดหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นคือการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนผลิตรถยนต์ EV ในประเทศไทย พร้อมออกมาตรการเร่งรัด ทั้งด้านการลงทุนกิจการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศ รวมไปถึงการจัดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้รองรับการใช้งานของคนในประเทศ
ความตื่นตัวในเทรนด์รถ EV ทั่วโลก
ตลาดอสังหาฯ ทั่วโลก รับมือเทรนด์การใช้รถ EV
แม้ในประเทศไทยกระแสความตื่นตัวพลังงานสะอาด และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งในหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนกำลังได้รับความสนใจค่อนข้างมาก แต่ในขณะเดียวกันประเด็นดังกล่าวสำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั้งฝั่งทวีปยุโรปและเอเชีย เรียกว่าตลาดรถดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก จนส่งผลให้ภาคธุรกิจอสังหาฯ ต้องคิดกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป ด้วยการคิดค้นแท่นชาร์จรถ EV ไว้ในอาคารโครงการที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดฯ อพาร์ทเม้นท์ หรือแม้กระทั่งภายในบ้าน เพื่อให้สอดคล้องกับค่านิยมของการใช้รถดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันพบว่ายอดขายรถ EV ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 90 ล้านคันต่อปี โดยมีประเทศที่ใช้รถ EV มากที่สุดในโลกดังนี้
อันดับ1 สหรัฐอเมริกา มีการใช้รถ EV สูงถึง 500,000 คันอันดับ 2 จีน ยอดขายรถ EV พุ่งขึ้นราว 462,000 คันอันดับ 3 ญี่ปุ่น จำนวผู้ซื้อรถ EV มีถึง 142,500 คัน
ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ หันมาสร้างกลยุทธ์เพื่อรองรับเทรนด์รถ EV นั้นเป็นผลมาจากหน่วยงานภาครัฐของแต่ละประเทศให้ความสำคัญกับการใช้รถ EV อย่างในประเทศจีนได้กำหนดนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นพาหนะทางเลือกใหม่ของประเทศ หรือทางฝั่งเกาหลีใต้ รัฐบาลได้ยกเว้นภาษีการซื้อรถ EV รวมไปถึงประกาศให้มีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่วประเทศ อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ภาคอสังหาฯ ต้องออกมารองรับเทรนด์การใช้รถดังกล่าว
วงการอสังหาฯ เน้นสร้างบ้าน-คอนโดฯ มีพื้นที่รองรับรถ EV
วงการอสังหาฯ ไทยปรับตัว เน้นรองรับการใช้รถ EV เช่นกัน