สรุปดีเอ็นเอ เป็น "เสือดำเพศเมีย"

เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ มอบผลจตรวจหลักฐานคดีเปรมชัยให้ตำรวจแล้ว โดยเนื้อในหม้อซุปเป็นเสือดำเพศเมีย ....................
ข่าว
เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบผลการตรวจพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯในคดีนายเปรมชัยกับพวกล่าสัตว์ป่า โดยมีผลการตรวจดังนี้
1.ชิ้นเนื้อที่พบในหม้อซุป กระดูกท่อนขา 2 ชิ้น เป็น ลำไส้ และเส้นขน เป็นเสือดำจริง แต่เป็นเสือดำเพศเมีย และอวัยวะ เป็นเสือดำตัวเดียวกัน
2. ชิ้นเนื้อที่อ้างว่าเป็นเก้ง ผลการตรวจพบว่า เป็นหมูป่า
3. ชิ้นเนื้อที่อ้างว่าเป็นไก่ฟ้าหลังเทา ผลการตรวจพบว่า เป็นไก่ฟ้าหลังขาว
4.อุจจาระที่พบ ผลการตรวจพบว่า เป็นอุจจาระของมนุษย์ แต่ไม่พบดีเอ็นเอของเสือดำ
5.วัตถุพยาน เช่น มีดอีโต้ มีดทำครัว มีดเหน็บ และเขียงพลาสติก ผลการตรวจพบว่าบางชิ้นมีดีเอ็นเอของเสือดำตัวเดียวกัน
ขณะที่วันนี้ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ลงพื้นที่สอบสวน นายวิเชียร ชิณวงษ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และพยานที่อยู่เหตุการณ์ โดยเบื้องต้นนัดหมายที่ตู้ทางหลวงไทรโยค เวลา 13.00 น.
ส่วนวันที่ 8 มี.ค. จะทำการนัดหมายไปจำลองสถานการณ์ในสถานที่จริงทั้งนี้เรื่องการสอบสวนที่นายวิเชียร ได้มาร้องทุกข์ว่านายเปรมชัยพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่นั้น ว่าต้องการสอบสวนให้ทราบรายละเอียดในประเด็นขณะเกิดเหตุการณ์นั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และดูองค์ประกอบของกฎหมาย ตรวจสอบพยานหลักฐาน ที่จะมาร้องทุกข์กล่าวโทษว่ามันมีเหตุมีผลหรือไม่ สถานการณ์ตอนนั้นมันคืออะไรในช่วงที่เกิดเหตุ
ต้องจำลองสถานการณ์ว่าขณะที่มีการขอติดสินบนมีช่วงไหน ขั้นตอนใด มีการเสนอสินบน ระหว่างเขียนบันทึกจับกุมหรือไม่ ต้องดูว่าสถานการณ์นั้นมาเอื้อต่อการเสนอสินบนสมควรตามหลักเหตุผล และเมื่อมีน้ำหนักมากพอก็ต้องพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ถ้าไม่มาตามหมายเรียก ก็ออกหมายจับตามระเบียบต่อไป อย่างไรก็ตามการที่มีการร้องทุกข์ว่ามีการให้สินบนนั้นสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคลิปเสียงแต่อย่างใด