เบิกตัว "ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น" สอบต่อ! ทนายเตรียมยื่นประกันพรุ่งนี้
01 มี.ค. 2561 | te

เบิกตัว "ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น" สอบต่อ พี่สาว-เพื่อนสนิทครูรุดเยี่ยม ปัดให้สัมภาษณ์สื่อ ด้านทนายเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันที่ศาลพรุ่งนี้
ข่าว
01 มี.ค. 2561 | te

เบิกตัว "ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น" สอบต่อ พี่สาว-เพื่อนสนิทครูรุดเยี่ยม ปัดให้สัมภาษณ์สื่อ ด้านทนายเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันที่ศาลพรุ่งนี้
เวลา 13.00 น. น.ส.เมตตา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นพี่สาวครูปรีชา พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนสนิทของครูปรีชา ได้เดินทางมาเยี่ยมนายปรีชา เพื่อให้กำลังใจและพูดคุยเรื่องหลักทรัพย์และการประกันตัว นอกจากนี้ได้ซื้อกาแฟเย็นมาฝากครูปรีชาด้วย เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ช่วงระหว่างที่มีการเยี่ยม พบว่าทางกลุ่มเพื่อนสนิทของนายปรีชามีการนำกระดาษขึ้นมาจดบันทึกข้อความบางอย่าง ภายหลังการเข้าเยี่ยมดังกล่าวเสร็จสิ้น ทางกลุ่มเพื่อนของนายปรีชา ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยตอบเพียงสั้นๆว่า นายปรีชาสบายดี ไม่เครียด และไม่ได้ฝากอะไรไว้เป็นพิเศษ ส่วนกรณีที่มีการนำกระดาษขึ้นมาจดบันทึกข้อความบางอย่างนั้นไม่ขอเปิดเผยหรือให้รายละเอียด
ทั้งนี้มีรายงานอีกว่า ครูปรีชาได้พูดกับพี่สาวที่มาเยี่ยมด้วยว่า "เวรกรรมมีจริง" ซึ่งหลังจากเยี่ยมครูปรีชาเสร็จสิ้น กลุ่มเพื่อนสนิทของนายปรีชาบางคน ก็ได้เดินทางไปไหว้ศาลพระภูมิ ที่อยู่ด้านหลังกองปราบปราม เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด
รายงานแจ้งด้วยว่า ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังครูปรีชาได้ขออนุญาตสิบเวรหน้าห้องขังเพื่อใช้โทรศัพท์มือถือหลายครั้ง โดยอ้างว่าจะปรึกษาทางคดีกับทนายความ โดยทางสิบเวรได้ติดต่อไปยัง พ.ต.ท.พิทักษ์ วาฤทธิ์ สว.งานรักษาการณ์ ฝอ.บก.ป.แต่ทาง พ.ต.ท.พิทักษ์ ไม่อนุญาต เนื่องจากเป็นระเบียบของห้องขัง และทางผู้บังคับบัญชาสั่งให้กวดขันอย่างเข้มงวด โดยไม่ว่าผู้ต้องหาเป็นใครหรือมีตำแหน่งใดก็ห้ามใช้โทรศัพท์ทุกคน
ต่อมาเวลา 13.30 น. น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือฟ้า อายุ 36 ปี เพื่อนสาวคนสนิทครูปรีชา ได้เดินทางมาเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับนายปรีชาด้วยเช่นกัน โดย น.ส.กนกพรรณ กล่าวว่า ทุกวันนี้มาหาครูปรีชา และ นางรัตตาภรณ์ หรือป้าบ้าบิ่น เพราะเป็นห่วงมาก เนื่องจากนับถือกับครูปรีชาแบบพี่น้องมาตลอดกว่า 10 ปี และ น.ส.เมตตา ใครครวญ พี่สาวของครูปรีชา ก็เป็นคนเลี้ยงลูกสาวตนมาตั้งแต่เพิ่งคลอด ส่วนป้าบ้านบิ่นนั้นตนนับถือกันเป็นแม่ลูก จึงต้องมาติดตามดูแล หาอาหารและน้ำดื่มให้ ส่วนสังคมจะมองว่าตนเองกับครูปรีชา มีสัมพันธ์อะไรก็ปล่อยไป ตนยืนยันว่านับถือเป็นพี่น้องที่ให้ความช่วยเหลือกันมาเท่านั้น ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับนายปรีชานั้น ดูแลนายปรีชาก็ยังสบายดี ไม่เครียดไม่ได้กังวล ไม่ได้ฝากอะไรถึงใคร ซึ่งตนเองถามแค่ว่าอยากกินส้มตำไหม นายปรีชาก็ได้แต่หัวเราะ
ส่วนเรื่องคดีความ น.ส.กนกพรรณ กล่าวว่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนกับทนายความ พรุ่งนี้เตรียมทำเรื่องที่จะไปยื่นประกันในขั้นศาล หากได้ประกันตัวแล้วจะหารือกันว่าอาจจะไม่กลับไป จ.กาญจนบุรี เพราะนักข่าวดักเฝ้าที่บ้านจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้ไม่อยากเป็นข่าวแล้ว ถึงตอนนี้ตนยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของครูปรีชาและป้าบ้าบิ่น เพราะครูและป้าเป็นคนดี คนในเมืองกาญจนบุรีรู้ดีว่าครูไม่เคยโกหกใครมีแต่จะให้ความช่วยเหลือเมื่อคนเดือดร้อน
ต่อมาเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ทำการเบิกตัวนายปรีชา และนางรัตนาพร ออกจากห้องควบคุมตัว มาบริเวณด้านหน้าห้องควบคุมตัว พร้อมกับนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีมาให้เซ็นรับทราบ ก่อนที่จะนำตัวไปทำการสอบปากคำในคดีเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดการสอบปากคำได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี ซึ่งจะเรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อน และจะมีการแจ้งสื่อมวลชนภายหลัง
ทั้งนี้ช่วงระหว่างที่มีการพาตัวนายปรีชาและนางรัตนาพร เดินออกจากห้องคุมขังเพื่อเดินขึ้นไปยังห้องพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. นั้นพบว่านายปรีชา ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เลี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนถึงเรื่องการยื่นเรื่องประกันตัว ขณะที่นางรัตนาพร นั้นมีสีหน้าเคร่งเครียดและดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด และได้มีการยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบันทึกภาพจากสื่อมวลชน
ขณะเดียวกัน ด้าน นายเกรียงไกร นาควะรี ทนายความของนายปรีชา ได้เปิดเผยว่าในส่วนของแนวทางการสู้คดีของนายปรีชาและนางรัตนาพร นั้น เบื้องต้นได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ประกันตัวทั้งสองคนในวันพรุ่งนี้ ที่ศาลอาญารัชดา แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยจำนวนหลักทรัพย์ที่จะยื่นประกันตัว
ต่อมาเวลา 17.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจกองกำกับการ 5 กองปราบปรามได้นำตัวนายปรีชา และนางรัตนาพรออกจากห้องสอบสวนและได้นำตัวมาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมของกองบังคับการปราบปราม