ก่อนหน้านี้ "ล่าความจริง" เคยนำเสนอรายงานพิเศษ "ผ่าขบวนการ แก๊งตกหวย" ชำแหละให้เห็นกันชัดๆ ว่า ขบวนการนี้ประกอบด้วยใครกันบ้าง แน่นอนว่าต้องเริ่มจากบุคคลที่ดูมีความน่าเชื่อถือ อุปโลกน์ขึ้นมาว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ แล้วทำหาย นอกจากนั้นยังต้องมี "คนขายหวย" กับ "ยี่ปั๊ว" ที่ออกมาเป็นพยานให้การสอดรับกันว่า ล็อตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ถูกขายไปยังคนที่อุปโลกน์ขึ้นมาจริงๆ และที่จะขาดเสียไม่ได้เลยก็คือ ขบวนการนี้ต้องมี "เจ้าหน้าที่รัฐ" ร่วมวงด้วย เพื่อทำหน้าที่เจรจาไกล่เกลี่ย หรือข่มขู่ให้เจ้าของหวยตัวจริง ยอมแบ่งเงินรางวัล
ข้อมูลที่ล่าความจริงนำเสนอ สอดคล้องกับเอกสารลับ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำสำนวนคดี "หวยหาย" ของครูปรีชา จนนำไปสู่การสั่งเด้ง "ผู้การตำรวจเมืองกาญจน์" มาช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมๆ กับการเปิดข้อมูลว่า "บิ๊กตำรวจเมืองกาญจน์คนหนึ่ง" ล้วงสำนวนคดี สั่งให้พนักงานสอบสวนระดับโรงพักแก้ไขคำให้การของพยานฝั่งครูปรีชา จนทำให้ข้ออ้าง "หวยหาย" มีน้ำหนักขึ้นมา และนำมาสู่การย้ายตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี อีก 2 นาย ซึ่งปัจจุบันทั้ง 3 คนยังไม่โดนลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางวินัยและอาญา ทั้งๆ ที่หลักฐานชัดแจ๋วขนาดนี้
ฉะนั้น "คดีหวยหาย" จึงสะท้อนปัญหาการสอบสวนคดีอาญาของตำรวจด้วย "ล่าความจริง" จึงได้พูดคุยประเด็นนี้กับ อดีตรอง ผบ.ตร.ท่านหนึ่ง ซึ่งทำงานด้านการปฏิรูปตำรวจ ท่านบอกว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระบวนการสอบสวนของตำรวจมีประสิทธิภาพลดลง เนื่องมาจากตำรวจมีการโยกย้ายบ่อย โดยเฉพาะในสายงานสอบสวน ทำให้พนักงานสอบสวนไม่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ บางทีทำคดีบางคดีอยู่ ยังไม่ทันเสร็จเรียบร้อย ก็ถูกย้ายไปท้องที่อื่น ต้องให้พนักงานสอบสวนที่มาใหม่มาทำคดีต่อ ทำให้ความต่อเนื่องในการทำคดี ตลอดจนความเข้าใจคดี ไม่มีเลย ต้องเริ่มใหม่หมด
ขณะที่อดีต ผบ.ตร.เจ้าของฉายา "วีรบุรุษนาแก" พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส มองปัญหาลึกไปกว่านั้นว่า การแทรกแซงบิดเบือนสำนวนคดีของตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา มีหลายกรณีทำไปเพื่อผลประโยชน์ รากเหง้าของปัญหามาจากการ "วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง" จึงต้องถอนทุนคืนด้วยการหาผลประโยชน์จากการทำคดี หรือที่เรียกว่า "ค้าสำนวน"
นี่คือมุมมองของอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจเอง ก็ได้แต่หวังว่าคดี "หวยหาย" ที่มีปัญหาเรื่องการแทรกแซงบิดเบือนสำนวนคดีด้วย จะไม่ถูกตัดตอน เล่นงานเฉพาะ "ครูปรีชา" กับ "เจ๊บ้าบิ่น" เท่านั้น เพราะสีกากีที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน และต้องโดนโทษหนักกว่าประชาชน 2 เท่าด้วย