ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านชุมชนวัดเกาะใหญ่ บริเวณปากคลองบางน้อย ฝั่งตรงข้ามตลาดน้ำบางน้อย ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะชุมชนบางน้อย อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ระยะ 2 การพัฒนาบริเวณที่ 1 ชุมชนบางน้อยถึงวัดเกาะใหญ่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ระยะเวลาก่อสร้าง700 วัน เริ่มสัญญาวันที่ 15 มิถุนายน2559 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนเมษายน 2560 มีการรื้อแนวทางเดินตลอดจนบันไดริมคลองออกไป
จากนั้นผู้รับเหมาก็เก็บเครื่องมือหายเงียบไปทำให้ชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งคลองบริเวณจุดก่อสร้าง ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาบ้านทรุดเอียง การเดินทางเข้าออกลำบากกระทบวิถีชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถตักบาตรพระทางน้ำได้ ไม่สามารถขึ้นลงเรือได้
นอกจากนี้ยังกระทบเศรษฐกิจทำให้สูญเสียรายได้โดยรีสอร์ท หลายแห่งต้องปิดกิจการ เพราะไม่มีลูกค้ากล้ามาพักเนื่องจากไม่ได้รับความสะดวก โดยเฉพาะรีสอร์ท "นอนเพลิน" ของนายรังสรรค์ เสือแสง อายุ 47 ปี ที่ต้องปิดตัวลงหลังจากเปิดมาได้ 3 ปี
นายรังสรรค์ เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจ ชื่อ รัก ณ บางน้อย และเป็น เจ้าของรีสอร์ท "นอนเพลิน" กล่าวว่า พอทราบว่าจะมีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์แห่งนี้ตนและชาวบ้านดีใจ เพราะจะมาทำความเจริญให้ จึงหยุดกิจการไปเป็นจิตอาสาช่วยงานตบแต่งพระเมรุมาศ แต่เมื่อกลับมาเสาเข็มยังตอกไม่เสร็จ จึงต้องหยุดกิจการนานเป็นปีก็ยังไม่เสร็จ จึงจำเป็นต้องปิดกิจการทั้ง 2 แห่งคือ ร้าน รัก ณ บางน้อย และรีสอร์ท นอนเพลิน นางละม้าย แสงหิรัญ อายุ 83 ปี ชาวบ้านตำบลกระดังงา กล่าวว่า เดิมบ้านไม่ได้เอียงและทรุดเหมือนปัจจุบัน แต่เมื่อผู้รับเหมาเข้ามาถอนเสาเก่าซึ่งมี 2 แถวเรียงกันจนหมด แล้วมาเกลี่ยเอาดินเลนที่กันแนวเสาตัวบ้านออกไป ทำให้บ้านทรุดลงมา ผู้รับเหมาก็รับปากว่า จะมาดีดตัวบ้านให้ และมาดูถึง 4 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรปัจจุบันบ้านยังทรุดเอียง ทำให้รู้สึกหวาดระแวงว่ากลัวบ้านจะพังไปในคลอง
นายณรงค์ นิติลาภ อายุ 58 ปี ชาวบ้านตำบลกระดังงา กล่าวว่า โครงการก่อสร้างนี้ล่าช้ามาก ตนมีอาชีพตกกุ้งและรับซื้อกุ้งแม่น้ำ ต้องขึ้นลงเรือประจำ ทำให้ชีวิตลำบากมาก โดยเฉพาะช่วงน้ำลง