ข้อมูลของ "ล่าความจริง" ที่ได้จาก ป.ป.ท. ค่อนข้างชัดเจนว่างานนี้ไม่ได้โกงกันแค่ระดับ "ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง" บางแห่งจากที่มีอยู่ 48 แห่งทั่วประเทศ แต่น่าจะมีการทุจริตในรูปแบบ "เงินทอน" อยู่ด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ผู้บงการอยู่เบื้องหลังต้องเป็น "ระดับบิ๊ก" ในกรมหรือในกระทรวง ทำให้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา "นายกฯลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงนามในคำสั่งย้าย นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวง พม. และ นายณรงค์ คงคำ รองปลัด ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการของข้าราชการระดับสูงในกระทรวง
ก่อนถูกย้ายเพียง 1 วัน ล่าความจริง โดย คุณชลธิชา รอดกันภัย มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษรองปลัดกระทรวง พม. คุณณรงค์ คงคำ ข้อมูลที่ได้รับมากลายเป็นตรงกันข้าม โดยรองปลัดยืนยันความโปร่งใส และมองว่าข่าวการทุจริตบางส่วนอาจเป็นความเข้าใจผิดของชาวบ้านเอง ไปติดตามเรื่องนี้ได้จากรายงานพิเศษของคุณชลธิชา รอดกันภัยจากรายงานพิเศษของล่าความจริง ค่อนข้างชัดเจนว่าขั้นตอนการดำเนินการของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในการจัดสรรงบประมาณ "เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง" อาจมีบางขั้นตอนที่เป็นช่องโหว่ทำให้เกิดการทุจริตได้ แต่ก็ยังเชื่อว่าเครือข่ายการทุจริตไม่ได้มโหฬารแบบที่เป็นข่าว เพราะบางส่วนชาวบ้านน่าจะเข้าใจผิด พร้อมยืนยันไม่มี "เงินทอน" แน่นอน ฉะนั้นโจทย์ใหญ่ตอนนี้จึงอยู่ที่กระทรวง พม. ว่าจะเร่งรัดผลสอบสวนให้ชัดเจนโดยเร็วได้อย่างไร เพราะข่าวที่ออกมาทำลายความเชื่อมั่นของกระทรวงอย่างมากล่าสุดวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ บอกว่า ทางกระทรวงได้ส่งคณะทำงานลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกวัน รวมทั้งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยอยู่ระหว่างการขอ "ข้าราชการจากนอกกระทรวง" มานั่งเป็นกรรมการตรวจสอบ มีทั้งหมด 3 คน คือจากสำนักนายกรัฐมนตรี 1 คน กระทรวงยุติธรรม 1 คน และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ กพ. อีก 1 คน ส่วนอีก 2 คนเป็นข้าราชการในกระทรวงเอง หากใครอาวุโสสูงสุดก็จะให้คนนั้นเป็นประธาน คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะได้รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ยืนยันด้วยว่า จะทำทุกอย่างอย่างโปร่งใส หากผู้ปฏิบัติงานใน "ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง" ตามต่างจังหวัดพบว่ามีข้อมูลการทุจริต หรือพาดพิงไปยัง ผอ.ศูนย์ฯจังหวัดไหน และพร้อมให้ข้อมูล ก็จะกันไว้เป็นพยานทันทีด้านความคืบหน้าการตรวจสอบของ ป.ป.ท. พันโท กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. บอกว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบไปแล้วกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ พบการกระทำส่อทุจริตใน 12 จังหวัด โดยคณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 2 จังหวัด คือ ขอนแก่นกับเชียงใหม่ และในวันพรุ่งนี้ จะเสนอให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนอีก 2 จังหวัด คือบึงกาฬกับ หนองคาย ส่วนจังหวัดอื่นๆ อีก 8 จังหวัดจะทยอยเสนอบอร์ด ป.ป.ท.ให้มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวน ได้แก่ จ.สระบุรี อุดรธานี สุราษฎร์ธานี พระนครศรีอยุธยา น่าน กระบี่ ตราด และตรัง กระบวนการตรวจสอบขณะนี้ ต้องบอกว่าตรวจสอบจังหวัดไหน ก็พบกระทำผิดทุกจังหวัด หากพบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจาริต ที่มีตำแหน่งสูงกว่าระดับ 8 (ซี 8) คณะกรรมการ ป.ป.ท.จะมีมติส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไป