เนชั่นทีวี

ข่าว

เจ้าของร้านเพชร ขอบคุณตร. ติดตามเพชร 6 ล้านคืนได้ จ่อเอาผิด"อัจฉริยะ" หมิ่นประมาท

26 ก.พ. 2561 | nation_ent

เจ้าของร้านเพชร
ขอบคุณตร.
ติดตามเพชร 6 ล้านคืนได้
จ่อเอาผิด"อัจฉริยะ"
หมิ่นประมาท

เจ้าของร้านเพชรโร่ขอบคุณผบช.ก.ติดตามเครื่องเพชรมูลค่ากว่า6ล้านบาทคืนได้ร้องผบก.ป.ติดตามอัญมณีที่เหลือยันจ่อเอาผิด"อัจฉริยะ"หมิ่นประมาท

     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม  ถนนพหลโยธิน น.ส.จีระพันธ์ จุลพันธ์ อายุ 53 ปี เจ้าของธุรกิจค้าขายเพชร-ทองคำ ย่านภาษีเจริญ พร้อมนายยอดมงคล ทรัพย์ไพศาลสุข ทนายความ เดินทางมายังกองบังคับการปราบรามพร้อมถือป้ายระบุข้อความ " กราบขอบพระคุณ ท่านผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และคณะพนักงานสอบสวนที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย " เพื่อติดตามกรณีการส่งคืนเครื่องเพชร และทองรูปพรรณ จำนวน 17 รายการ มูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท  คืนหลังจากที่ถูกพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้อายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ในคดีที่ถูกน.ส.ผาติรัตน์ ใจเย็น อายุ 38 ปี กล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์ 


        น.ส.จีระพันธ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาขอรับเพชรของกลางที่ถูกอายัดไว้ เพื่อประกอบการสอบสวนคดี ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ในกรณีที่น.ส.ผาติรัตน์ ใจเย็น อายุ 38 ปี กล่าวหาว่าตนได้ยักยอกไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 7 มีความเห็นไม่สั่งฟ้องคดีเนื่องจากพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง จึงถือว่าคดีได้สิ้นสุดไปแล้ว ซึ่งอัยการจึงมีคำสั่งให้คืนของกลางกับตนแต่จนถึงขณะนี้  พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีก็ยังไม่ยอมส่งมอบเครื่องเพชรที่ยึดไว้คืนให้  ซึ่งก่อนหน้าตนได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับการปราบปรามไว้แล้ว



        น.ส.จีระพันธ์ เปิดเผยต่อว่า  หลังจากสิ้นสุดคดีตนพยายามทวงเครื่องเพชร และทองรูปพรรณ จำนวน 17 รายการ คืน ซึ่งพบว่าน.ส.ผาติรัตน์  ได้ไปรับของกลางเองโดยพลการ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปตรวจที่พิสูจน์ที่สถาบันอัญมณี ว่าเป็นของจริงหรือไม่ เมื่อรับไปแล้วกลับไม่นำคืนพนักงานสอบสวน  ทางกองบังคับการปราบปรามจึงได้ดำเนินคดีกับน.ส.ผาติรัตน์  ซึ่งตนและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนต้องถูกอายัดเพชรและทองของตนไปทั้งๆที่ตนไม่มีความผิด ซึ่งวันนี้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 7 มีความเห็นไม่สั่งฟ้องตนและนายวรดิษฐ์ จุลพันธ์ หลานชาย เราจึงมาติดตามทรัพย์สินของกลางมาสู่ความครอบครองของตน  ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดต่อความเสียหายให้ตนและครอบครับต่อไป



          น.ส.จีระพันธ์ กล่าวอีกว่า  ในส่วนการดำเนินคดีกับ นายอัจฉริยะ  เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นั้นเนื่องจากมีการให้สัมภาษณ์ออกรายการโทรทัศน์หลายรายการ ในลักษณะทำให้สังคมเชื่อว่าตนเป็นผู้กระทำความผิดในการยักยอกเพชร ทอง รวมทั้งหมด 11 ล้าน  และในชั้นศาลสั่งไม่ฟ้องตนไปแล้วตนได้แจ้งดำเนินคดีไว้ที่ สน.บางขุนเทียน แล้ว จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่ามีเครื่องเพชร 1 ชิ้น ที่คู่กรณีนำไปจำนำ ที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่ง และหลุดจำนำไปแล้ว  ส่วนพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี คือ ร.ต.ท.สมโชค ปานพิมพ์ สังกัดตำรวจกองปราบปราม หากยังไม่สามารถนำทรัพย์สินมาคืนได้ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายด้วย



        นายยอดมงคล ทนายความกล่าวว่า วันนี้พาลูกความตนมาขอพบผู้การกองปราบให้ส่งมองของกลางคืนทันทีหากยังไม่ได้ก็คงต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  ซึ่งปกติการส่งมอบของกลางให้บุคคลภายนอกนั้นจะต้องเป็นของที่ใช้แล้วคงรูปเช่นรถยนต์ ส่วนกรณีเพชรนั้นสามารถสลับสับเปลี่ยนได้ซึ่งยากต่อการตรวจสอบว่าเป็นอันเดิมหรือไม่ จึงไม่น่าจะส่งมอบให้กับบุคคลภายนอก หลังจากนี้จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน คือ ร.ต.ท.สมโชค ปานพิมพ์ ก็ได้แจ้งดำเนินคดีในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนน.ส.ผาติรัตน์  ผู้รับของกลางไป ได้ดำเนินคดีแจ้งความเท็จ ไปแล้ว ซึ่งศาลชั้นต้นยกฟ้อง ทั้งคู่แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำคุก ร.ต.ท.สมโชค ปานพิมพ์  และน.ส.ผาติรัตน์  คนละ 1 ปี ไม่รอลงอาญา ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา


          ด้านพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เปิดเผยกับสื่มวลชนผ่านทางโทรศัพท์เพียงสั้นๆว่า จะตรวจสอบกรณีดังกล่าว และให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน.ส.จีระพันธ์ ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 15 นาทีก่อนเดินทางกลับ

ข่าวล่าสุด