พ.ต.อ.ชาญวิทย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าบ้านหลังดังกล่าว ผู้ต้องหา ได้มาเช่าอยู่และเก็บยาเสพติดไว้ในบ้าน พร้อมลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ จากนั้น มีคำสั่งให้วางแผนจับกุม กระทั่งช่วงเวลาวันเกิดเหตุจึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบพบตัวผู้ต้องหายืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงขอทำการตรวจค้นพบยาบ้า 300 เม็ด ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นด้านขวามือ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำตัวมาสอบถามขยายผล
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้เก็บครอบครองยาเสพติดในตู้เสื้อผ้าภาย ที่ห้องนอน ชั้น 2 บ้านหลังจับกุมดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาเช่าอยู่ในราคาเดือนละ 9,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น พบยาบ้าอีก จำนวน 49,800 บาท รวมทั้งหมด 50,100 บาท และ ยาไอซ์ 1 ถุง หนักประมาณ 1 กิโลกรัม
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่าติดต่อกับ นายไมค์ (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) ได้แนะนำให้รู้จักกับเจ้าของยาเสพติดผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ siren โดยเจ้าของยาเสพติดจะสั่งให้ไปรับยาเสพติดซึ่งวางไว้ตามริมถนนสายไหม เมื่อประมาณต้นเดือน กุมภาพันธ์ จำนวน 60 มัด และ ยาไอซ์ จำนวน 3 กิโลกรัม แล้วนำมาเก็บไว้ที่บ้านเกิดเหตุแล้วเจ้าของงานจะเป็นคนสั่งให้นำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าตามสั่ง โดยจะได้ค่าจ้างครั้งละ 30,000 บาท โดยเจ้าของยาเสพติดจะโอนเงินค่าจ้างบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ หมายเลขบัญชี 392-237-471-1 ชื่อบัญชี น.ส.วารี จันทร์แก้ว ทำมาแล้ว 4 ครั้ง และได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นจับกุมในที่สุด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป