เนชั่นทีวี

ข่าว

"ศรีวราห์" สั่งตร.ทองผาภูมิ แจ้งความ "เปรมชัย" คดีปืนเถื่อน ให้เสร็จวันนี้

23 ก.พ. 2561 | te

"ศรีวราห์" สั่งตร.ทองผาภูมิ แจ้งความ "เปรมชัย" คดีปืนเถื่อน ให้เสร็จวันนี้

"ศรีวราห์" สั่งตำรวจทองผาภูมิ แจ้งความดำเนินการร้องทุกข์ "เจ้าสัวเปรมชัย" คดีครอบครองอาวุธปืนเถื่อน ที่ตำรวจป่าไม้ให้เรียบร้อยภายในวันนี้ (23ก.พ.)


จากกรณีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน เข้าไปตั้งแค้มป์กางเต็นท์พักแรม และล่าสัตว์ป่าสงวน บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตวืป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้ทำการจับกุมตัวนายเปรมชัย กับพวก พร้อมยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินคดีอาญา เลขที่ 26/61 ลงวันที่ 6 ก.พ.61 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 23 ก.พ.2561 ที่ห้องสำนักงานชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร เป็นประธานในการประชุมพนักงานสอบสวนคดีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกเข้าไปล่าสัตว์ในทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และติดสินบนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยมีพล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. , พล.ต.ต.สราวุธ เอี่ยมสำราญ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. , พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก.สพฐ.ตร. , พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส. พร้อมคณะพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว


พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบอาวุธปืน ยืนยันที่มีความผิดชัดเจนแล้ว 2 กระบอก กระบอกแรกคืออาวุธปืนที่ประกอบขึ้นเอง อีกกระบอกคืออาวุธปืนมีทะเบียน แต่เป็นอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถออกใบทะเบียนได้ โดยตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินการร้องทุกข์ที่ตำรวจป่าไม้ให้เรียบร้อยภายในวันนี้ (23ก.พ.) ประเด็นที่ 2 ให้สอบปากคำพยานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทั้ง 10 ปากให้ครบ เพื่อให้สำนวนครบถ้วนสมบูรณ์



นอกจากนี้พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ส่งมอบโทรศัพท์ของนายเปรมชัยและพวกให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อตรวจสอบภาพถ่ายในโทรศัพท์ และตรวจสอบข้อมูลการติดต่อก่อนจะเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ รวมถึงกำชับให้พนักงานสอบสวนสรุปผลการตรวจสอบชิ้นเนื้อที่พบในที่เกิดเหตุ ร้านจำหน่ายอาหารป่า และ ผลตรวจงาช้าง ภายในวันที่ 10 มีนาคมนี้


ทางด้านพล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า ทาง พฐ. ได้มีการตรวจพิสูจน์ที่ทองผาภูมิ มีการตรวจดีเอ็นเอ. ลายนิ้วมือ อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก ปลอกกระสุนปืน กระสุนลูกปลายที่ตรวจพบ ขณะนี้ตรวจรายงานจากที่เกิดเหตุเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมที่จะส่งรายงานได้ ส่วนรายการที่ 2 ซึ่งเป็นการตรวจรถยนต์จากที่เกิดเหตุ ที่ได้นำมาส่งตรวจในภายหลังได้มีการตรวจดีเอ็นเอ เก็บลายนิ้วมือ และตรวจเขม่าปืนที่รถ มีผลการตรวจไม่พบเขม่า ส่วนดีเอ็นเอ. และลายนิ้วมือพบว่าเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ซึ่งรายงานในส่วนนี้ก็พร้อมส่งรายงานแล้วเช่นกัน ส่วนกรณีที่มีการตรวจค้นอาวุธปืนที่บ้านนายเปรมชัย จำนวน 43 กระบอก มีผลการตรวจแยกเป็นรายงาน 10 ชุด รายละเอียดตามที่มีการแถลงอาวุธปืนไม่ถูกต้อง 6 กระบอก ได้สรุปรายงานเรียบร้อยพร้อมส่งเช่นกัน

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ขณะที่ผลการตรวจซากเสือดำ พบว่า มีรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 20 มม. พบรอยที่ซากเสือดำ จำนวน 8 รอย ซึ่งตรงกับกระสุนปืนจากปืนที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งปืนกระบอกดังกล่าวพบดีเอ็นเอ.ของนายเปรมชัย ที่โก่งไกรปืน แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นการยิงจากปืนของนายเปรมชัย หรือไม่ เนื่องจากซากเสือดำมีการถูกชำแหละไปแล้ว ส่วนการตรวจรถยนต์ไม่พบว่ามีคราบเลือดของสัตว์ป่าแต่อย่างใด

อย่าไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้นายเปรมชัยมาให้ปากคำในวันที่ 5 มีนาคม หลังที่ทนายความขอเลื่อนให้ปากคำครั้งก่อน โดยอ้างว่าติดธุระสำคัญ ซึ่งคาดว่าสำนวนคดีจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 24 มีนาคม ขณะนี้เหลือเพียงการสอบปากคำผู้ต้องหา พยาน และรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาตร์บางส่วนเท่านั้น ส่วนข้อกล่าวหาขณะนี้มีเพียง 9 ข้อหา ส่วนที่เจ้าหน้าที่ด่านกักสัตว์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกได้มาแจ้งความในข้อหาทารุณกรรมสัตว์เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้มาถอนแจ้งความเมื่อวันที่ 21 ก.พ. เนื่องจากพิจารณานิยามคำว่า "สัตว์" แล้วพบว่าไม่เข้าตามคำนิยามของตามพ.ร.บ.การทารุณกรรมสัตว์

สำหรับการเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักนายเปรมชัย กรรรณสูต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบอาวุธปืนทั้งหมด 43 กระบอก โดยส่งให้พฐก.ตรวจพิสูจน์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนที่ไม่ถูกต้องจำนวน 6 กระบอก ดังนี้
1.อาวุธปืนยาวคาร์ไบน์ แบบกึ่งอัตโนมัติ (Marlin) ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก นายทะเบียน อาวุธปืน กรมการปกครองแจ้งว่า เป็นอาวุธที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้
2.อาวุธปืนยาวอัดลมแบบประกอบขึ้นเอง ไม่ปรากฏเครื่องหมายทะเบียน (ครอบครองปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต) จำนวน 1 กระบอก นายทะเบียนอาวุธปืน กรมการปกครองแจ้งว่า เป็นอาวุธปืนประกอบขึ้นเอง ไม่มีต้น ขั้ว ป.4
3.อาวุธปืนยาวแบบ 2 ลำกล้อง (Gardonevt) ขนาด 12 และขนาด .30-06 จานวน 1 กระบอก ไม่ปรากฏเครื่องหมายทะเบียนปืนนายทะเบียนอาวุธปืนกรมการปกครองแจ้งว่าไม่มีต้นขั้วป.4
4.อาวุธปืนยาวไรเฟิล (Remington) .30-06 จำนวน 1 กระบอก เครื่องหมายทะเบียนปืนลบเลือน หมายเลขประจำปืนถูกขูดลบ นายทะเบียนอาวุธปืน กรมการปกครองแจ้งว่า หมายเลขทะเบียนปืนไม่ได้ตอกจาก เหล็กตอกของทางราชการ
5.อาวุธปืนยาวแบบ 2 ลากล้อง (Bernardelli) ขนาด 12 และขนาด .30-06 จำนวน 1 กระบอก ไม่ปรากฏเลขหมายประจำปืน นายทะเบียนอาวุธปืน กรมการปกครองตรวจสอบเครื่องหมายทะเบียนไม่ปรากฏ ไม่มีต้นขั้ว
6.อาวุธปืนยาวประจุปาก (ปืนคาบศิลา) จำนวน 1 กระบอก ไม่ปรากฏเลขหมายประจำปืน นายทะเบียนอาวุธปืน กรมการปกครองแจ้งว่า ไม่มีต้นขั้ว โดยพฐก. จะได้ส่งผลการตรวจพิสูจน์ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ สอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด