ไม่มีที่ยืน "เปรมชัย กรรณสูต"
20 ก.พ. 2561
หลังจาก "เปรมชัย" ถูกจับที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ทั้งกระแสสังคม ทั้งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ทั้งคดีความ สารพัดถาโถมเข้าใส่ ทำให้ "เปรมชัย" แทบไม่มีพื้นที่ให้ยืน
ข่าว
20 ก.พ. 2561
หลังจาก "เปรมชัย" ถูกจับที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ทั้งกระแสสังคม ทั้งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ทั้งคดีความ สารพัดถาโถมเข้าใส่ ทำให้ "เปรมชัย" แทบไม่มีพื้นที่ให้ยืน
ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากที่ข่าวแพร่สะพัดออกไป จากคนที่เคยเป็นถึงระดับชนชั้นนำในวงการธุรกิจเป็นถึงประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ในวงการก่อสร้าง ที่มีงานอยู่ในมือนับแสนล้านบาท กลายเป็นคนที่ถูกสังคมประณาม เกียรติยศ ชื่อเสียง ที่เคยสร้างสมมาหายไปในบัดดล แม้ว่าในทางคดีจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเขากระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา โดยเขาปฏิเสธทุกข้อหาก็ตาม
เพราะว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเสมอมา สาธารณชนรู้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะได้รับการปกป้องและอนุรักษ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้คงไว้และได้รับการปกป้องและอนุรักษ์จนถือเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดและมีสัตว์ป่าหายากหลากหลายชนิดมาอยู่รวมกันมากที่สุด ดังนั้นการที่"เปรมชัย"กับพวก ถูกจับโดยถูกกล่าวหาว่า ล่าสัตว์ป่า ณ ที่แห่งนี้ จึงยากที่ใครจะยอมรับได้
สำหรับการนิยมล่าสัตว์นั้น มีความรุนแรงตั้งแต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482- พ.ศ. 2488) ยุติลง โดยอาวุธที่เคยถูกใช้ในการรบ ถูกนำมาเลหลังขายกันในราคาถูกๆ และถูกนำมาใช้ยิงสัตว์ป่านานาชนิด
ยิ่งกว่านั้นการล่าสัตว์ในตอนหลังยังร้ายแรงขึ้นจนถึงกับเป็นการแข่งขันกันทำลาย เอาจำนวนสัตว์ที่ยิงได้ในวันหนึ่ง ๆ มาอวดคุยกัน แล้วยึดถือกันว่าเป็นสถิติความเก่งกล้าของตน สัตว์ป่าจึงถูกทำลายหนักขึ้นกว่าเดิม
จากวิกฤติที่เกิดขึ้น ต่อมาในปี 2503 ในยุคสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีได้มีการออกกฎหมายคือ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 และได้ใช้มาเป็นเวลา 32 ปี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535ซึ่งเป็นฉบับที่มีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามปัญหาการล่าสัตว์ป่าก็ไม่ได้หมดสิ้นไป จากข้อมูลของสำนักป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2552 -2559 เฉพาะคดีเกี่ยวกับสัตว์ป่า พบทำผิด4,665 คดี ผู้กระทำผิด 5,428 คน ยึดสัตว์ป่าของกลางได้ทั้งหมด 106,988 ตัว
หมายความว่าภายในช่วง 8 ปี เขตอุทยานแห่งชาติทั่วไทยมีสัตว์ป่าถูกลักลอบไล่ล่าไปแล้ว1 แสนกว่าตัว
สำหรับ"เปรมชัย" นั้น หลังจากเกิดเรื่องขึ้น นอกจากเขาจะถูกกระแสสังคมกระหน่ำอย่างหนักแล้ว ในส่วนของธุรกิจก็ได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับบริษัทก็ตาม
เพราะว่า " เปรมชัย " มีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็น"เบอร์หนึ่ง" ของบริษัทฯและที่ผ่านมาการดำเนินกิจการของ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ที่เติบโต เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ ก็ล้วนแต่พึ่งพา" เปรมชัย" เป็นหลัก
ดังนั้นการที่เขาต้องมาถูกดำเนินคดีในข้อหาล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฯ ซึ่งน่าจะส่งผลต่อตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ แต่การที่บริษัทฯจะหาคนมานั่งในตำแหน่งประธานบริหาร บริษัทฯ แทนเขา ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
นอกจากนั้น จากการที่เขาถูกจับที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ทำให้เขาต้องเผชิญกับ"คดีความ" หลายข้อหา
6 ข้อหา ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 , 1 ข้อหา พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507, 1 ข้อหา กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2538 , 1 ข้อหา พ.ร.บ. อาวุธปืน พ.ศ. 2490 , 1 ข้อหา พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 รวมถึง 10 ข้อหา
และยังมี"ผลพวง"ที่เกี่ยวเนื่องตามมา ข้อหาพยายามให้สินบนเจ้าหน้าที่ ,มีการยึดงาช้างและอาวุธปืนที่บ้านของเขาไปตรวจสอบว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และเคยก่อเหตุที่ไหนมาก่อนหรือไม่
มีการแจ้งความดำเนินคดี บริษัท ซี.พี.เค. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งมี"เปรมชัย"เป็นกรรมการและพี่สาว 3 คน ว่าครอบครองที่ดินโดยมิชอบและบุกรุกป่า อ.ภูเรือ จ.เลยนอกจากนี้กรมป่าไม้กำลังตรวจสอบว่า มีรีสอร์ต บ้านพักบุกรุกป่าในพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่
ส่วนปืนไรเฟิล ที่ยึดได้ที่บ้าน "เปรมชัย "นอกจากตรวจสอบว่าผิดกฎหมายแล้วหรือไม่กองพิสูจน์หลักฐานได้นำลูกกระสุนปืนไรเฟิลที่ตรวจยึดได้ไปตรวจเทียบเคียงกับหัวกระสุนปืนไรเฟิลที่พบในซากช้างป่าที่ถูกยิงบริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อประมาณ3-4 ปีก่อน ว่าเป็นกระบอกเดียวกันหรือไม่ ซึ่งถ้าบานปลายไปถึงเรื่องยิงช้างป่า " เปรมชัย" รับเละอีกแน่
ทั้งกระแสสังคม,ทั้งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ,ทั้งคดีความ สารพัดถาโถมเข้าใส่ ทำให้"เปรมชัย" แทบไม่มีพื้นที่ให้ยืน
อย่างไรก็ตามต้องติดตามชนิด"เกาะติด"ต่อไปโดยเฉพาะ"คดีความ" ที่ผู้คนเริ่มเป็นห่วงว่า เมื่อนานวันไปอาจเกิดการพลิกผันขึ้นได้เหมือนกับคดีดังหลายคดีในอดีต
