พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง บอกถึง ผลการตรวจพิสูจน์หาคราบเขม่าดินปืนในรถยนต์ของนายเปรมชัย ปรากฏว่า ไม่พบคราบเขม่าดินปืนแต่อย่างใด จากการตรวจสอบเป็นอาวุธปืนลูกซอง และยิงตรงจุดสำคัญ คือ บริเวณหัวของเสือดำ สอดคล้องกับอาวุธปืนของนายเปรมชัย ส่วนซากเสือดำจากการตรวจสอบพบว่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าบริเวณส่วนหัว และส่วนอื่นๆ หลายนัด
สำหรับการตรวจสอบอาวุธปืน ลูกกระสุนปืนหลายรายการที่ตรวจค้นได้ที่บ้านของนายเปรมชัย ว่า มีการนำไปก่อเหตุในพื้นที่ไหนมาก่อนหรือไม่ เพราะหลายปีที่ผ่านมามีการใช้อาวุธปืนไรเฟิลยิงสัตว์ป่า และขณะนี้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 ได้ประสานขอลูกกระสุนปืนไรเฟิลที่ตรวจยึดได้ไปตรวจเทียบเคียงกับหัวกระสุนปืนไรเฟิลที่พบในซากช้างป่าที่ถูกยิงบริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อประมาณ 3 - 4 ปีก่อน ว่า เป็นกระบอกเดียวกันหรือไม่
คาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ เพราะมีการเก็บหลักฐานไว้ ถึงแม้ว่าซากช้างจะไม่อยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่ช้างถูกยิง เจ้าหน้าที่จะเก็บลูกกระสุนไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีนี้ตำรวจเพียงสงสัย เพราะตรวจพบว่าเป็นอาวุธที่มีขนาดเดียวกัน ตอนนี้เป็นเรื่องของการสงสัยเท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลว่านายเปรมเดินทางไปในห้วงเวลาที่ช้างถูกยิงหรือไม่ เป็นการเปรียบเทียบเชื่อมโยง จึงต้องพิสูจน์ทราบ
การรณรงค์ให้ "ดำเนินคดีกับผู้ล่าสัตว์ในเขตอุทยานให้โปร่งใสเป็นธรรม และผลักดันกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าให้เข้มแข็ง" ผ่านช่องทาง www.change.org หลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก บุกจับกุมนายเปรมชัย พวกรวม 4 คน ขณะที่ล่าสัตว์ป่า ถลกหนังเสือดำ
ล่าสุดพบว่ามีผู้เข้าลงชื่อสนับสนุน มากกว่า 1 แสนคนแล้ว โดยเนื้อหาของการรณรงค์ ริเริ่มจาก "ตุลย์พิชญ์ แก้วม่วง" ระบุว่า กลุ่มคนที่เข้าไปล่าสัตว์ เป็นบุคคลรู้จักอย่างกว้างขวาง มีตำแหน่งใหญ่โตมีหน้ามีตาในสังคม ประชาชนหลายคนจึงกังวลเรื่องความโปร่งใสในการทำคดี ว่าอาจจะไม่มีมาตรฐานเดียวกัน กับคดีหาของป่าหรือล่าสัตว์ ที่เคยเป็นคดีในกระแสสังคมก่อนหน้านี้