เนชั่นทีวี

ข่าว

"ศรีวราห์" โบ้ยสื่อ ตนไม่ได้จะแจ้งลงโทษ "หน.วิเชียร"

09 ก.พ. 2561 | te

"ศรีวราห์" โบ้ยสื่อ ตนไม่ได้จะแจ้งลงโทษ "หน.วิเชียร"

"ศรีวราห์"เผย ตนไม่ได้เตรียมให้ลงโทษ หน.วิเชียร ข้อมูลผิดพลาด ทางจะเอาผิดต้องมาจากกรมอุทยาน ตนไม่มีสิทธิ์-ยัน ตร.ดำเนินการรอบคอบ ว่าไปตามผิดจะไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00น. วันนี้ (9 ก.พ.61) ที่ลานอินททนนท์ ด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้เปิดเผยความคืบหน้าในส่วนของ คดีภายในเขตรักษาพันธุ์ฯ ว่า การเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กระทำได้ 2 วิธี คือ อย่างแรกคือ มีการเสียค่าธรรมเนียม และอีกอย่างคือได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ ที่อนุญาตให้เข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งในกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นการดำเนินการเข้าไปได้ด้วยวิธีการแบบใด ซึ่งหลังจากนี้จะได้ทำเรื่องไปกราบเรียน อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้พิจารณา หากมีผลจากอธิบดีประการใด ก็คงจะมีคำสั่งตามมา


ในส่วนของ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ นั้น ความผิดยังไม่สำเร็จจึงยังไม่มีการกล่าวโทษแต่อย่างใด แต่ที่เห็นว่ามีสื่อต่างๆเอาไปลงโดยเฉพาะในสื่อโซเชียลจำนวนมากนั้น ที่ว่าตนจ่อ แจ้งกรม อุทยาน ลงโทษ หน.วิเชียร ข้อหาที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม กับกลุ่มคณะของนายเปรมชัย นั้นตนถือว่าเป็นการสื่อข้อมูลคลาดเคลื่อน หากจะมีการกล่าวโทษความผิดใด นั้นต้องมาจากกรมอุทยานเอง ตน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่สามารถกล่าวโทษแทนกรมอุทยานได้


อำนาจการขออนุญาตและการอนุญาต เป็นของกรมอุทยาน ดังนั้นผู้ที่จะยืนยันว่าความผิดเกิดหรือไม่เกิดนั้น ก็ต้องมาจากกรมอุทยาน หน.วิเชียรนั้นจะผิดวินัยหรือไม่ ตนไม่มีสิทธิ์ระบุว่าผิดหรือไม่ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานไม่ใช่กรมตำรวจแห่งชาติ ต้องถามไปที่อธิบดีกรมอุทยาน ส่วนตำรวจมีหน้าที่อำนาจสอบสวนเท่านั้น ดังนั้นที่ลงข่าวไปเป็นการคลาดเคลื่อน ขอให้แก้ข่าวด้วย ความชัดเจนในขณะนี้คือ นายวิเชียร ร้องดำเนินคดีกับนายเปรมชัย ในการพยายามติดสินบน ส่วนกรณีของนายวิเชียร ได้มอบหมายให้ ปปส.และตำรวจปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยาน ให้พิจารณาในส่วนของการไม่เก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้ต่อไป ซึ่งตนก็ได้เรียนแล้วว่า สามารถให้เข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมก็ได้


ส่วนเรื่องคลิปเสียง ตอนนี้ระบุในสำนวนแล้ว ว่ามีใครบ้าง ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับการล่าสัตว์ นั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนการรอผลพิสูจน์ว่า ที่เป็นซากเหล่านั้นเป็นสัตว์ชนิดใดกันแน่ก่อนจะระบุความผิดตามกฎหมาย ซึ่งต้องใช้การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ ดังนั้นตอนนี้ที่ว่าขนเสือ และเนื้อเสือนั้น จริงหรือไม่ยังระบุชี้ชัดไม่ได้ แม้ว่าดูเบื้องต้นเชื่อว่าใช่เสือดำจริง แต่ก็ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนให้รอบคอบ


ขอเรียนว่า กระบวนการยุติธรรม เริ่มจากตำรวจ อัยการ ศาล ไปจบที่ราชทัณฑ์ ซึ่งในส่วนของตำรวจนั้นเชื่อว่าทำสำนวนแน่นหนาละเอียดรอบคอบ แน่นอน เมื่อส่งสำนวนไป เชื่อว่าอัยการต้องสั่งฟ้องแน่นอน แต่ในส่วนของการลงโทษ ตัดสินระบุโทษนั้นคงต้องอยู่ที่การพิจารณาของ ศาล ซึ่งตนก้าวล่วงไม่ได้ แต่ทั้งนี้ ในกฎหมายถ้าล่าสัตว์ในเขตห้ามล่าผิด แต่ตามกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ปี 2535 นั้น ระบุชัดเจนว่า แค่เอาอาวุธเข้าไปก็ผิดแล้ว แม้ไม่ได้ยิง ดังนั้นต่อให้เข้าไปไม่ได้ล่าแต่มีอาวุธเข้าไปอย่างไรก็ผิด และคนยิงกับคนที่ไม่ได้ยิงแต่อยู่ด้วยกันถือว่าสมรู้ร่วมคิด คาดว่าน่าจะส่งฟ้องในมาตราเดียวกัน


ในส่วนของนายเปรมชัย ที่มาข่าวว่า เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วนั้น ยืนยันว่า ยังไม่มีรายงานและจะมีการกำชับกับทาง ตม.อย่างเข้มข้น ว่าหากพบว่ามีการออกนอกประเทศให้เร่งแจ้งกับพนักงานสอบสวนอย่างเร่งด่วน ซึ่งเบื้องต้นนั้น ศาลก็ได้ให้ประกันตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ดังนั้นหากไม่มีจุดประสงค์เพื่อหลบหนี การออกนอกประเทศก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เบื้องต้นข้อหาของผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มีมากกว่า 8-9 ข้อหา โดยเฉพาะล่าสัตว์ในที่หวงห้าม และมีอาวุธปืนในครอบครอง และเข้าไปในเขตล่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตนคนหนึ่งที่ยืนยันว่าผิด ก็ต้องว่าไปตามผิดจะไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด