จากข้อมูลที่รวบรวมโดยนักวิชาการที่ร่วมประชุมปัญหา "ขยะระดับประเทศ" เมื่อปลายที่แล้ว พบว่าสัดส่วนปริมาณขยะชายหาดมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก โดยร้อยละ 35 เป็นถุงพลาสติก ร้อยละ 16 เป็นฝา จุกขวดต่างๆ ร้อยละ 10 เป็นเชือก ร้อยละ 8 เป็นหลอด ร้อยละ 7 กระดาษ ร้อยละ 6 ก้นบุหรี่ ร้อยละ 5 ขวดแก้ว จาน ช้อน มีด และภาชนะบรรจุอาหาร
วิกฤติขยะชายหาดเป็นปัญหาทั้งระดับโลก และปัญหาของบ้านเราเอง ซึ่งมีชายหาดยาวถึง 2,600 กิโลเมตร อันตรายของขยะเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความสกปรก รกรุงรัง ไม่งามตา แต่เมื่อขยะทะลักลงสู่ทะเล จะกลายเป็นไมโครพลาสติก ขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เมื่อสัตว์ทะเลกินเข้าไป ก็จะไปตกค้างอยู่ในตัวสัตว์ เมื่อคนจับมาบริโภค ก็จะมาตกค้างในคน เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งว และโรคร้ายอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น ไมโครพลาสติก รวมทั้งขยะทะเลต่างๆ ทำให้สัตว์ทะเลหายากต้องตายเพิ่มขึ้น
ฉะนั้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากการรณรงค์ให้ลด ละ เลิก พฤติกรรมทิ้งขยะไม่เป็นที่แล้ว หากมีนวัตกรรมที่ทำให้เราสามารถเก็บขยะตามชายหาดได้อย่างง่ายๆ ได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องใช้แรงคน แถมเป็นนวัตกรรมของคนไทยเองด้วย ก็น่าจะเป็นข่าวดีที่ทำให้ปัญหาขยะชายหาดลดน้อยลงได้ วันนี้บ้านเรามีนวัตกรรมที่ว่านี้แล้ว คือ "หุ่นยนต์เก็บขยะชายหาด" ที่มาที่ไปของเจ้าหุ่นตัวนี้เป็นอย่างไร และมันมีความสามารถเก็บขยะแทนคนได้แค่ไหน ไปติดตามได้จากรายงานพิเศษ