เนชั่นทีวี

ข่าว

จับ "ปธ.อิตาเลี่ยนไทย" ล่าสัตว์ป่าฆ่าเสือดำ

06 ก.พ. 2561 | lastman

จับ "ปธ.อิตาเลี่ยนไทย" ล่าสัตว์ป่าฆ่าเสือดำ

ข่าวใหญ่ครึกโครมที่สุดของบ้านเราในวันนี้เลยก็ว่า ก็คือข่าวการจับกุมผู้ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยเดเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบกิจการก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า ได้พร้อมของอาวุธปืนหลายกระบอก และกลางซากเสือดำ

นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ตำแหน่งประธานฯบริษัทอิตาเลียนไทยฯ นั่งคอตก ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ จังหวัดกาญจนบุรี จับกุมหลังแอบลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตหวงห้าม ในภาพก็จะเห็นมีซากเสือดำถูกชำแหละแล้ว แยกส่วนชิ้นเนื้อและหนังออกจากกัน รวมไปถึงซากไก่ฟ้าหลังเทา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนที่ถูกจับกุมได้จะมีเป็นนักธุรกิจหรือจะเป็นคนนำทางหรือพรานป่า ยังต้องสอบสวนต่อไป


เราย้อนไปดูเหตุการณ์ก่อนถูกจับกุม ก็คือเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายเปรมชัย กับพวกขออนุญาตเข้าไปท่องเที่ยวป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก บริเวณที่เป็นเส้นทางเปิดนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปได้เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน แล้ววันที่ 4 กุมภาพันธ์ คณะของนายเปรมชัย ก็แอบลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปตั้งแคมป์ เมื่อเจ้าหน้าที่ฯป่าทุ่งใหญ่นเรศวรทราบจึงนำกำลังไปจับกุมนายเปรมชัย ได้ตอนเช้ามืดวันที่ 5 กุมภาพันธ์

นายเปรมชัยกับพวก ถูกคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายรวม 6 ข้อหา จากนั้นทั้งหมดถูกคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีหลังจากเกิดเรื่องนี้ทางกรมอุทธยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ก็ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวการจับกุมครั้งนี้ทันที โดย ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นางสาวกาญจนา นิตยะ บอกว่า การจะขอเข้าพื้นที่จะต้องมีการขออนุญาตตามกฏระเบียบที่กรมอุทธยานฯอย่างเคร่งครัดทั้งว่ามีรถกี่คน มีคนไปกี่คน และจะพักกันกี่คืน โดยจะไม่อนุญาตให้พกอาวุธเข้าไป ส่วนกระแสที่มีข่าวลือว่า กลุ่มของนายเปรมชัย อ้างว่ารู้จักกับผู้บริหารชั้นผู้ใหญ่ จึงมีการอำนวยความสะดวกให้นั้นไม่เป็นความจริง และตัวเองก็ไม่รู้จักกับนายเปรมชัยมาก่อนด้วย และขอย้ำว่า นายเปรมชัย ไม่ได้เป็นแขกพิเศษของใคร

ส่วนเรื่องอาวุธปืนคาดว่า ทางกลุ่มนายเปรมชัยอาจจะมีการซุกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆของรถที่ขับมา แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือ เราไม่คาดคิดว่า คนระดับนายเปรมชัยจะทำพฤติกรรมลักษณะนี้ เพราะเป็นความผิดที่ร้ายแรงมากทางด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอก สุรศักดิ์ กาญจะนะรัตน์ บอกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งปรักปรำใคร ต้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนว่าใครเป็นผู้กระทำที่แท้จริง ส่วนจะเจ้าหน้าที่ป่าฯไปเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกเข้าไปล่าสัตว์ป่าหรือไม่นั้นยังไม่ทราบรายละเอียด เท่าที่ได้รับรายงานนายเปรมชัย ขออนุญาตเข้าไปพักค้างคืนตามปกติ แต่เค้าอยู่เกินที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปจับกุม พอเข้าไปก็เจออาวุธปืนและซากสัตว์ป่าจึงควบคุมตัวออกมาเรื่องนี้ทางท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังไปประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดจันทบุรี ก็ให้สัมภาษณ์บอกว่า ไม่ว่าใครก็ตาม หากทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี โดยให้ทุกส่วน ทำอย่างตรงไปตรงมา ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ มองว่าเป็นเรื่องของผู้กระทำผิด แล้วจะไปเกี่ยวอะไรกับเจ้าหน้าที่รัฐทางด้าน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล ยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมาย100เปอร์เซ็น แม้ว่าผู้กระทำความผิดจะเป็นคนนักธุรกิจดัง มีชื่อเสียง มีตำแหน่งทางสังคม แต่ก็ไม่เกี่ยวกัน กฎหมายไม่มีใครใหญ่ ใครเกี่ยวข้องก็จับให้หมด ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการสลับตัวผู้ต้องหาไม่น่าจะเป็นไปได้นั่นก็เป็นคำชี้แจงเรื่องเหตุที่เกิดขึ้นจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ทางเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร นายศศิน เฉลิมลาภ ก็ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี 2534 คนในพื้นที่ร่วมกันปกป้องและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้คงไว้ตลอดมา

จากการติดตามข่าว นายเปรมชัย ติดต่อข้าราชการในระดับบริหารขอเข้าไปยังพื้นที่ และให้อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวพักผ่อน แต่กลับเข้าไปล่าสัตว์ป่าแสดงให้เห็นว่านักธุรกิจใหญ่รายนี้ไม่เคารพฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ทุกฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสืบสวนดำเนินให้ถึงที่สุดอย่าได้เกรงกลัวต่ออิทธิพลและสถานะทางธุรกิจอันใหญ่โตของผู้ต้องหาเพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีของการอนุรักษ์ทรัพยากรและสัตว์ป่า

ข่าวล่าสุด