"ฐิติราช" ลั่น ยึดหลักฐานทำคดีหวย 30 ล้านเป็นหลัก ระบุไม่อิงความเชื่อ
06 ก.พ. 2561 | jirasin_yin

"หมวดจรูญ" ร้องขอความเป็นธรรมคคีหวยอลเวง ขณะที่ ผบช.ก. ลั่นยึดหลักทำคดีตามหลักฐานไม่อิงความเชื่อ ระบุใครทำผิดต้องรับโทษ
ข่าว
06 ก.พ. 2561 | jirasin_yin

"หมวดจรูญ" ร้องขอความเป็นธรรมคคีหวยอลเวง ขณะที่ ผบช.ก. ลั่นยึดหลักทำคดีตามหลักฐานไม่อิงความเชื่อ ระบุใครทำผิดต้องรับโทษ
จากกรณีคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สลากกินแบ่งดังกล่าว ต่อมา ผบช.ภ.7 ออกมาแถลงคดีหวย 30 ล้าน ตามพยานหลักฐานน่าจะเป็นของนายปรีชา หรือครูปรีชา และเตรียมแจ้งข้อหากับ ร.ต.ท.จรูญ ยักยอกทรัพย์ที่ตกหายพ่วงด้วยรับของโจร
อย่างไรก็ตาม ร.ต.ท.จรูญ ได้ยืนยันหนักแน่นว่า รางวัลที่1 จำนวน 30 ล้านบาท เป็นของตนเองที่ซื้อมากับมือ และจะสู้ในชั้นศาลจนถึงที่สุด พร้อมท้าครูปรีชาไปสาบานต่อสถานที่อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 โอนสำนวนคดีการสอบสวนมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสามารถตอบคำถามของสังคมได้
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.พ.2561 ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. โดยมี พล.ต.ต.เชาวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. , พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. , พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีดังกล่าว หลังเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควรจากการทำคดีของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่ทำคดีก่อนหน้านี้
ร.ต.ท.จรูญ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่า ทางกองปราบปรามจะสามารถหาความเป็นธรรมให้กับตนได้ จึงได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่า ตนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านเกิดความไม่มั่นใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 ในหลายๆอย่าง ทั้งจากที่แถลงข่าวมา จะแจ้งข้อกล่าวหาตนอย่างเดียว ตนมักถูกกล่าวหาเป็นคนผิดอยู่ตลอด ทำให้ไม่เชื่อใจกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งที่ผ่านมา ตนเองก็ไม่มีพยานมาให้การยืนยันว่า ลอตตอรี่ที่ที่ถูกรางวัลที่1 เป็นของตนเอง รวมถึงคนขายลอตตอรี่ก็จำตนเองไม่ได้ เพราะไม่ใช่ลูกค้าประจำ ตนจะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร ในเรื่องของทาง บก.ปอท. ได้กู้ไฟล์คลิปวิดีโอ และแชทไลน์นั้น ตนไม่หนักใจ เนื่องจากตนสมัครใจให้ทาง ปอท.กู้ข้อมูล และตนเป็นคนเสนอด้วย ในส่วนของพยานทั้ง 3 ปาก จะนำมาให้ทางกองปราบปรามหรือไม่นั้น ตนให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมด
ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า " หมดเวลาของครูแล้ว " หลักฐานที่ตนนำมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่กองปราบนั้น เป็นหลักฐานสำคัญ ที่สามารถน๊อคขบวนการนี้ได้ มีทั้งคลิปเสียง ภาพ ทามไลน์ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญของเรื่อง และพยานปากสำคัญที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยคลิปที่ตนนำมานั้น เป็นคลิปเสียงของนายปรีชา มีปากเสียงกับแม่ค้าขายลอตเตอรี่ ว่า " เธอไม่ได้เอามาให้ฉัน " ซึ่งทางแม่ค้าตอบกลับไปว่า " หนูเอาให้ครูไปแล้ว " เป็นคลิปที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่หวยออก นอกจากนั้นทางกองบังคับการปราบปราบการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กำลังกู้ไฟล์กล้องวงจรปิด โดยในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีความชัดเจน และ จะมีการเชิญครูปรีชา กับ แม่ค้า มาเข้าเครื่องจับเท็จอีกด้วย โดยตนมั่นใจกับหลักฐานที่นำมานั้นถูกต้องและเป็นธรรมทุกอย่าง
ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ บช.ก.ที่จะดำเนินการ พนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุอาจจะจับแผนประทุษกรรมไม่ได้ ตอนนี้เราเริ่มมองเห็นอะไรได้ชัดพอสมควร จากการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน แต่ขอยังไม่ลงรายละเอียด แต่โดยสรุปคือประเด็นเรื่องลอตเตอรี่ 1.เกิดจากผู้ขายลอตเตอรี่ 2.จากผู้ซื้อลอตเตอรี่ 3.จากบุคคลที่สาม ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้หมดแล้ว
"ขั้นตอนหลังจากนี้ นักสืบฝีมือดีๆ ชั่วโมงบินมากๆ เรื่องนี้มันแตกตั้งแต่ต้นแล้ว ก็ไม่อยากจะกล่าวอะไรมาก แต่เรื่องนี้ยืนยันว่าเราดำเนินการตามพยานหลักฐานทุกอย่าง และจะทำให้เรื่องราวมันเล่าด้วยตัวเอง ด้วยพยานหลักฐาน จะไม่มีข้อคิดเห็น ความรู้สึกนึกคิดอะไรต่างๆ มาปนเปื้อนทั้งสิ้น แต่ขอเวลาทำงานอีกระยะหนึ่ง"พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าว
พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า สำหรับพยานในคดีที่มีประมาณ 40 กว่าปาก ทั้งนี้ได้จัดพนักงานสอบสวนไว้ทำการสอบปากคำจำนวน 50 นาย ซึ่งหนึ่งในผู้ที่จะถูกสอบปากคำคือบุคคลที่เป็นพยานบุคคลสำคัญในคดีนี้ด้วย แต่รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับการสอบสวนจะต้องใช้ศิลปะการซักถาม ซึ่งต่างจากการสอบสวนที่มานั่งพิมพ์ปากคำ ส่วนกรณีของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าให้ข้อมูลต่างๆ รวมถึงคลิปเสียงที่เกี่ยวกับคดีนี้ ขณะนี้ตนไม่ทราบว่านายอัจฉริยะ ไปได้ข้อมูลดังกล่าวจากที่ไหน แต่พยานหลักฐานต่างๆ ต้องอ้างจากสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
"ผมไม่ได้ตำหนิใคร ตำรวจภูธรภาค 7 ก็อาจจะเหมือนแพทย์ประจำจังหวัดที่มีข้อจำกัด เครื่องมือเขาไม่มี แต่ทาง บช.ก.ก็ไม่เคยเจอคดีเช่นนี้มาก่อน แต่ทราบว่าเรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นทั่วประเทศแล้ว เราก็จะรวบรวมมาทำที่ บช.ก.ทั้งหมด เค้าโครง ตัวละคร รูปแบบเห็นแผนประทุษกรรม ยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้จบและพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ความเป็นธรรมไม่ต้องร้องขอ" พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าว
พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า ในส่วนบทลงโทษหากพบว่าใครกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ทางตำรวจภูธรภาค 7 ได้แถลงข่าวกรณีที่เกิดขึ้นนั้น คงเป็นขั้นตอนการทำงานของตำรวจที่รับเรื่องไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งตนคิดว่าเขาก็คงมีวิธีการทำงานของตนเอง ก็ไม่อยากจะตำหนิใครทั้งสิ้น และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทุจริต