ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 5 ก.พ.61 เวลา 09.00 น. ศาลนัดตรวจหลักฐานฉ้อโกงฯ และฟอกเงินทุจริตยักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คดีหมายเลขดำ อ.3339/2559 , อ.3734/2559 , ฟย.47/2559 , ฟย.6/2560 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 61 ปี อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น เป็นจำเลยที่ 1 และคณะบริหารสหกรณ์ กับเอกชนรวม 13 ราย เป็นจำเลยที่ 1-13 ซึ่งศาลรวมพิจารณาทั้ง 4 คดีเป็นสำนวนเดียวกัน ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343 และความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน , ร่วมกันฟอกเงินจากการกระทำผิดฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจากกรณีระหว่างเดือน ม.ค.51 - ธ.ค.55 จำเลยร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่าง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ จำนวน 28 ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม 11,858,440,000 บาท โดยมิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จเพื่อปกปิดการทุจริตหรือการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่ายที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับระเบียบของสหกรณ์ หรือนำมาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อตกแต่งบัญชีสหกรณ์ฯ ให้เป็นเท็จว่าผลประกอบการของสหกรณ์มีกำไรสุทธิ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วผลการดำเนินงานของสหกรณ์ฯ ขาดทุนสุทธิจำนวนมากมาตลอด โดยอัยการขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายและให้ร่วมกันคืนเงินให้สมาชิกสหกรณ์ฯ ผู้เสียหาย รวม 2,254 รายด้วย
โดยนับแต่การยื่นฟ้อง ตลอดเวลาการพิจารณาคดี นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ จำเลยที่ 1 , นางทองพิน อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 4 , น.ส.ศรัณยา อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 7 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำบางขวาง และทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยนั้นมาร่วมกระบวนการตรวจหลักฐาน ส่วนจำเลยอื่นได้รับการประกันระหว่างพิจารณา ก็เดินทางมาศาลเช่นกัน
ขณะที่เมื่อถึงเวลานัด อัยการโจทก์ แถลงขอส่งพยานเอกสารเพิ่มเติม 43 ฉบับ จากเดิมที่เคยยื่นต่อศาลไว้แล้วด้าน ศาล ได้แจ้งให้ทนายความจำเลย รวมทั้งผู้รับมอบฉันทะ ทราบว่าเอกสารที่อัยการโจทก์ส่งมีจำนวนมาก 3,000 กว่าฉบับ และจะส่งเพิ่มเติมเข้ามาอีก จึงต้องให้ทนายความจำเลยมาตรวจสอบเอกสารทั้งหมดก่อน โยให้อัยการโจทก์จัดแยกเอกสารและทำกลุ่มบัญชีพยานยื่นเสนอศาลเพื่อให้ศาลได้ทำการตรวจสอบบัญชีพยานแต่ละกลุ่ม รวมทั้งให้ฝ่ายจำเลยตรวจสอบว่ามีพยานปากใดที่จะสามารถตรวจรับกันได้บ้าง ซึ่งอัยการโจทก์ ขอระยะเวลาอีก 2 เดือนในการรวบรวมพยานเอกสารทั้งหมดเพื่อส่งศาลให้ครบถ้วน
ดังนั้นจึงให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานวันนี้ออกไปก่อนตามที่คู่ความร้องขอ โดยศาลนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง ในวันที่ 23 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ จำเลยทั้ง 13 ราย ประกอบด้วย 1.นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ 2.นายมณฑล กันล้อม อดีตประธานสหกรณ์ฯ 3.นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการ 4.นางทองพิน กันล้อม อดีตกรรมการ 5.นายณัฐวัฒน์ ปิยพัชร์เมธี อดีตผู้จัดการสหกรณ์ 6.นายอารีย์ แย้มบุญยิ่ง ผู้จัดการสหกรณ์ 7.น.ส.ศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ 8.น.ส.วาริศา เอกชัยจินดาวัฒน์ อดีตกรรมการสหกรณ์ 9.นางจันทร์ฉาย ขันธะหัตถ์ รองผู้จัดการสหกรณ์ 10.นายธนากร น่าบัณฑิต อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ 11.นายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ 12.นางวันเพ็ญ ยอดดี อดีตผู้จัดการฝ่ายการเงิน 13.นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล กรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย)
ซึ่งนอกจากทั้ง 4 สำนวนดังกล่าวแล้ว อัยการคดีพิเศษ 4 ยังได้ยื่นฟ้อง นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์วัย 61 ปี , น.ส.ศรัณยา อดีต ผช.ผจก.และรองผจก.ใหญ่สหกรณ์ฯ วัย 54 ปี , นายลภัส อดีตเลขานุการกรรมการสหกรณ์ฯ วัย 58 ปี และนายกฤษฎา อดีต หน.ฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์ฯ วัย 44 ปี เป็นจำเลยที่ 1 4 ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง ,ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264,265,268,334,335 กรณีเมื่อวันที่ 19 ต.ค.50 - 1 มี.ค.55 ต่อเนื่องกัน จำเลยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ โดยลักเอาเงินของสหกรณ์ฯ 10,812,663,995.29 บาทไปโดยใช้วิธีร่วมกันสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีธนาคารของสหกรณ์ฯผู้เสียหาย แล้วนำไปเบิกเงินสดจากธนาคารไปเป็นของตนเองโดยทุจริตทำให้มีเงินหายไปจากระบบบัญชี นอกจากนี้พวกจำเลยยังได้ทำเอกสารเงินกู้ปลอมและเอกสารปลอมอื่นที่เกี่ยวข้องขึ้นมาต้องการไม่ให้ผู้ตรวจบัญชีตรวจพบหรือสงสัยในระบบบัญชีด้วย โดยคดีลักทรัพย์สหกรณ์ฯ นี้เป็นสำนวนที่ 5 ที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 28 ก.ย.60 ที่ผ่านมา โดยขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงิน 10,812,663,995.29 บาทแก่สหกรณ์ฯ ผู้เสียหายด้วย
โดยในส่วนของ นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์วัย 61 ปี มีคดีอาญาฐานยักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ 22,132,000 บาท ที่ถูกฟ้องสำนวนแรกซึ่งนายศุภชัย ให้การรับสารภาพ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 14 ก.ย.60 ให้จำคุก 8 กระทงรวม 7 ปี โดยจำเลยยังได้ยื่นฎีกาคดีต่อ
ขณะที่ยังมีคดีแพ่งอีก 2 สำนวน ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ได้มีคำพิพากษา ตัดสินให้สหกรณ์ฯชนะคดี เรียกชดใช้เงินคืนมาแล้ว ประกอบด้วย คดีแรกหมายเลขดำ ด.1674/2557 ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 พ.ย.59 ให้ นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ กับจำเลยร่วมอีก 3 คนที่เป็นอดีตคณะบริหารสหกรณ์ ร่วมกันชำระเงิน 3,811,605,926.18 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องที่ 1 พ.ค.57 จนกว่าจะชำระเสร็จ และคดีหมายเลขดํา พ.3628/2557 ศาลแพ่ง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.61 ให้ อดีต ปธ.สหกรณ์ ชําระเงิน 9,642,164,453.61 บาท และเงินส่วนที่จําเลยร่วมอีก 25 ราย ที่แต่ละคนได้รับไป พร้อมดอกเบี้ย คืนให้สหกรณ์ฯ ผู้เสียหายด้วย และขณะนี้ นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ ยังมีคดีแพ่ง ที่อัยการ ยื่นฟ้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน อีก 2 สำนวน ประกอบด้วย 1.คดีหมายเลขดำ ฟ.173/2559 อัยการยื่นเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวก ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 85,769,438.25 บาท และคดีหมายเลขดำ ฟ.208/2559 อัยการยื่นฟ้องวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวกตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 1,585,000,000 บาท โดยคดีทั้ง 2 สำนวน อยู่ระหว่างการไต่สวนพยานของศาลแพ่ง