วันนี้ทางบริษัทส่งหนังสือชี้แจงมายัง "ทีมล่าความจริง" เพื่อชี้แจงประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้น โดยทางบริษัทยืนยันว่าโครงนี้เป็นการส่งเสริมเกษตรกรให้มีอาชีพ มีรายได้ โดยเริ่มจากการอุดหนุนทุนการผลิต ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตจริง แต่ที่ชาวบ้านกลายเป็นหนี้ เพราะเหตุปัจจัยหลายอย่าง ทำให้ผลผลิตไม่ได้ตามเป้า จึงต้องยื่นฟ้อง
บริษัทรับซื้ออ้อยรายใหญ่ในจังหวัดตาก ส่งเอกสารชี้แจงกรณีที่ชาวไร่อ้อย 53 คนโดนหมายศาลให้ไปขึ้นศาล หลังถูกบริษัทฟ้องเรียกคืนหนี้ ตามข่าวระบุว่ายอดหนี้รวมๆ แล้วสูงถึง 1,300 ล้านบาท ทางฝ่ายบริษัทชี้แจงว่าวัตถุประสงค์ที่ดำเนินการตั้งโรงงานผลิตเอทานอลใน พื้นที่จังหวัดตาก เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาว จึงส่งเสริมให้เกษตรกรในจังหวัดตาก ปลูกอ้อยเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตเอทานอล ตั้งแต่ปี 2549 เพื่อแก้ปัญหาสารแคดเมียมปนเปื้อนในพืชห่วงโซ่อาหาร และได้มีเกษตรกรในจังหวัดตากกว่า 1,000 ราย เข้าร่วมโครงการและได้รับผลตอบแทนจากโครงการดังกล่าวดีกว่าการปลูกพืชชนิดอื่น แต่มีเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยส่วนหนึ่งที่ประสบปัญหาเรื่องผลผลิตจากหลายปัจจัย ทำให้เกิดปัญหาขาดทุนและเป็นหนี้กับบริษัทฯ
ในส่วนของการส่งเสริมการเกษตรบริษัทฯ จะสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น ค่าเตรียมดินและปลูก , ค่าพันธุ์ , ค่าแรงงาน , ค่าปุ๋ย , ค่าใช้จ่ายการเก็บเกี่ยว โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้ บริษัทฯใช้ราคาตลาดเป็นตัวเลขอ้างอิง ซึ่งเมื่อมีการเบิกจ่ายเกษตรกรจะต้องลงนามในเอกสารทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐาน
การดำเนินการทางกฎหมาย บริษัทฯ ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งต่อเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน จำนวน 26 ราย และศาลมีคำตัดสินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯ ไม่ได้มีการดำเนินการยึดทรัพย์เกษตรกรแต่อย่างใด แต่มีความประสงค์ที่จะให้เกษตรกรได้เข้ามาพูดคุยกับบริษัทฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ส่วนในปี 2559 มีเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก จำนวน 53 ราย ได้รวมตัวกันฟ้องคดีอาญากับทางบริษัท ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาไกล่เกลี่ยของศาล ส่วนเรื่องเกษตรกรได้เข้าแจ้งความเกี่ยวกับการฟ้องเรียกชำระหนี้โดยบริษัท ประเด็นนี้ทางบริษัทฯได้เจรจากับเกษตรกรตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ผ่านหน่วยงานภาครัฐต่างๆ จนถึงขณะนี้สามารถตกลงร่วมกันได้เรียบร้อยแล้ว จำนวน 4 ราย เหลือเพียง 49 ราย มูลค่าหนี้รวมลดลงมาอยู่ที่ 46 ล้านบาท และกำลังจะมีการเจรจาครั้งที่ 3 ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้
ทางบริษัทฯ ขอย้ำว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 ราย ได้รับประโยชน์จากการทางานร่วมกัน และโรงงานก็ยังดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลังการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง และทางบริษัทฯมีความตั้งใจจริงในการทางานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย พร้อมทั้งเจรจาหาข้อยุติร่วมกันโดยผ่านทางกระบวนการยุติธรรม