ขณะเดียวกันเฟดได้แถลงในจุดยืนของการดำเนินนโยบายการเงินในระยะจากนี้ไป จะจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐในการเข้าสู่เป้าหมายเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ทั้งตัวเลขที่เกิดขึ้นในแง่ความเป็นจริงและจากการคาดการณ์ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ของเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานเฟดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวลงจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้
ด้านอลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟด ออกโรงเตือนถึงภาวะฟองสบู่ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดบอนด์อีกครั้ง โดยมองว่าภาวะฟองสบู่ในตลาดบอนด์อยู่ในสถานการณ์ที่น่าอันตราย โดยเฉพาะทิศทางของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ
1. ในการทำหน้าที่ของเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวลงจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ในการประชุมนัดแรกของเฟดเมื่อวันที่ 30-31 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนัยะสั้นไว้ที่ 1.25-1.50% ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวได้ต่อไป
ทั้งนี้ เจเน็ต เยลเลน ได้ตอกย้ำถึงปัจจัยเศรษฐกิจในปี 2018 ที่มีหลักประกันให้ขยายตัวแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จะยังคงมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะมีการปรับตัวขึ้นใกล้สู่ระดับเป้าหมาย 2% ในระยะกลาง โดยเฉพาะบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินที่เป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อให้ดีดตัวสูงขึ้น
2. แต่ขณะเดียวกันเฟดได้แถลงในจุดยืนของการดำเนินนโยบายการเงินในระยะจากนี้ไป จะยังคงปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อเป็นค่อยไป โดยจะจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐในการเข้าสู่เป้าหมายเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ทั้งตัวเลขที่เกิดขึ้นในแง่ความเป็นจริงและจากการคาดการณ์
อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงอ้างถึงการขยายตัวของการจ้างงาน การใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจนั้น มีความแข็งแกร่ง รวมทั้งอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุว่าอัตราการว่างงานของคนอเมริกันปัจจุบันได้อยู่ในภาวะต่ำที่สุดในรอบ 45 ปี
3. เฟดระบุอีกว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ที่ทำหนเาที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกเจอโรม พาวเวลล์ สืบทอดตำแหน่งประธานต่อจากเจเน็ต เยลเลน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ เจอโรม พาวเวล เป็นผู้ว่าการเฟดที่ถูกเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ผ่านการรับรองจากวุฒิสภา
การคาดหมายในตัวเจอโรม พาวเวล จึงถูกจับตามองจากนักลงทุนว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน จากที่เคยดำเนินการภายใต้การบริหารงานของเจเน็ต เยลเลน อย่างฉับพลันหรือไม่ เนื่องจากในยุคของเจเน็ต เยลเลน เป็นจุดเริ่มต้นในการละทิ้งอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% นับตั้งแต่เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวภาวะถดถอยเนื่องจากเกิดวิกฤติการเงินช่วงปี 2007-2009 สู่ความแข็งแกร่งและกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน
ทั้งนี้การที่เฟดคาดหมายว่าอัตราเงินเฟ้อจะขยับขึ้นในปีนี้ ได้มีการส่งสัญญาณถึงทิศทางที่ยังอยู่บนเส้นทางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม
4. ขณะที่อลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟด ได้เตือนถึงภาวะฟองสบู่ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดบอนด์อีกครั้ง โดยมองว่าภาวะฟองสบู่ในตลาดบอนด์อยู่ในสถานการณ์ที่น่าอันตราย โดยเฉพาะทิศทางของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ
ทั้งนี้ อดีตประธานเฟด ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะหนี้สินและการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวเป็นขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อสถานะการคลังมีความไม่แน่นอนในระยะยาว
นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ขณะที่การผลิตในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงค่อนข้างซบเซา อาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อขึ่นพร้อมๆ กัน หรือที่เรียกว่า Stagflation ได้
5. การออกมาเตือนของอลัน กรีนสแปน มีขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังคงทำนิวไฮ ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนนี้อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.75% และอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.99%
ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกลับมาดีดตัวสูงใกล้นิวไฮอีกครั้ง หลังจากที่มีการปรับฐานเมื่อวันอังคาร โดยดาวโจนส์ดิ่งลง 400 จุด มาเป็นการดีดตัวเพิ่มขึ้น 72.50 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 26,149 ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,823 เพิ่มขึ้น 0.05% และ Nasdaq ปิดที่ 7,411 เพิ่มขึ้น 0.12%