ล่าสุด พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 ให้สัมภาษณ์ผ่านทางทีวีช่องหนึ่งถึงความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาทอลเวง ว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังจากที่ส่งล็อตเตอรี่ไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ปรากฎ 100% หรือฟันธงว่าล็อตเตอรี่เป็นของผู้ใด ดังนั้นทางพนักงานสอบสวนจึงต้องรวบรวมพยานบุคคลมาประกอบ ซึ่งในเวลา 09.00 น.วันที่ 31 ม.ค.61 ตนจะเรียกประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อสรุปสำนวนคดี แนวทางของคดีหากมีมูลตามที่นายปรีชา กล่าวโทษไว้ก็ต้องดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์กับ ร.ต.ท.จรูญ จากนั้นจะเสนออัยการเพื่อเห็นควรส่งศาลพิจารณาต่อไป
เมื่อถามว่า สรุปขณะนี้คดีมีมูลหรือไม่ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังก้ำกึ่ง พรุ่งนี้ต้องประชุมสรุปอีกครั้งแต่ดูแล้วน่าจะมีมูล คดีมีมูลไม่ใช่ยืนยันว่าใครผิดใครถูก เพราะยังไม่สามารถฟันธงว่าล็อตเตอรี่เป็นของผู้ใด ซึ่งต้องว่าไปตามพยานหลักฐานจึงสมควรต้องให้ศาลพิจารณาตัดสิน โดยเฉพาะในการรับมอบสำนวนและมีการแถลงข่าวก็ไม่สามารถบอกได้ว่าล็อตเตอรี่เป็นของใคร
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ทางนายปรีชา บอกมีหลักฐานเด็ดเป็นคลิปภาพคนก้มเก็บล็อตเตอรี่ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ ตอบว่า ซองพลาสติกที่ห่อหุ้มล็อตเตอรี่ซึ่งทางตำรวจได้รับตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ซองนั้นมีทั้งนายปรีชา ร.ต.ท.จรูญ และแม่ค้า จับกันทุกคนจึงไม่สามารถส่งตรวจได้ แต่หากถามถึงคลิปดังกล่าวนั้นตนยังไม่เห็น ซึ่งก็พยายามให้ตำรวจไปพูดคุยกับนายปรีชา ถ้ามีคลิปจริงก็ขอให้มอบให้กับทางตำรวจจะได้นำไปเป็นพยานหลักฐาน แต่ทางนายปรีชา ยืนยันว่ามีแต่ขอเก็บไว้ก่อน และทางตำรวจยังไม่ได้หลักฐานอะไรเพิ่มเติมจากนายปรีชา ก็รออยู่เหมือนกัน
เมื่อถามว่าขณะนี้จะแจ้งข้อกล่าวหาใครได้หรือยัง พล.ต.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า ถ้าพนักงานสอบสวนลงความเห็นว่าคดีมีมูลก็จะต้องแจ้งข้อกล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ ในข้อหายักยอกทรัพย์ โดยจะดำเนินตามกระบวนการพิจารณาเสนอความเห็นต่ออัยการพิจารณาต่อไป เพราะคดีนี้นายปรีชา เป็นคนกล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ ว่ายักยอกทรัพย์ ถ้าจะบอกว่าน้ำหนักไปทางนายปรีชา หรือไม่ก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งจากพยานหลักฐานที่รวบรวมมา คำว่ามีมูล คือเราตัดสินไม่ได้ว่ามันไม่ใช่เลย มันยังมีมูล พอคดีมีมูลทางเราจึงตัดสินเองไม่ได้
ถามย้ำว่า หลักฐานอะไรทำให้คดีมีมูล พล.ต.ท.กิตติพงษ์ ตอบว่า พยานบุคคล เอกสาร คือยังไม่มีอะไรหักล้าง ยังไปด้วยกันได้ ยังไม่ชัดเจนว่านายปรีชา โกหก ซึ่งต้องว่าไปตามกระบวนการ เพราะระบบกฎหมายของบ้านเราเป็นระบบการกล่าวหา สุดท้ายต้องให้ศาลพิจารณา สำหรับหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้นที่ส่งพิสูจน์ก่อนหน้านี้ คือคำกล่าวอ้างของแม่ค้าว่าสลากอยู่ที่แผง ทางตำรวจก็ไปตรวจพิสูจน์ซึ่งก็มีมูล สลากอยู่แผงจริงและมีการขายต่อไป ทำให้หลักฐานสอดคล้องกับคำให้การของพยาน ยังไม่มีอะไรตรงข้าม ซึ่งหากคดีมีมูลก็จะต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล