เนชั่นทีวี

ข่าว

ผลตรวจ"สต๊อกยางเก่า" 5โกดัง 8.8 ล้าน กก. พบ"เสื่อมคุณภาพ"ทั้งหมด

28 ม.ค. 2561 | nation_ent

ผลตรวจ"สต๊อกยางเก่า"
5โกดัง 8.8 ล้าน กก.
พบ"เสื่อมคุณภาพ"ทั้งหมด

ตรัง-ผลการตรวจสต๊อกยางพารา5โกดังในจังหวัดตรัง 8,832,070 กิโลกรัม จาก 2 โครงการรัฐบาลเพื่อไทยและรัฐบาล คสช. พบปริมาณสต๊อกยางเท่าเดิม แต่เสื่อมคุณภาพทั้งหมด จ่ายค่าเช่าโกดังเดือนละ8แสนบาท ยืนยันจะไม่นำยางออกขาย เกรงจะเป็นการซ้ำเติมราคา

(28ม.ค.61) ตามที่นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ เลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและสต๊อกยางพารา ได้ลงพื้นที่จังหวัดตรัง ตรวจสอบสต๊อกยางพาราเก่าในจังหวัดตรัง ที่มีอยู่จำนวน 5 โกดัง รวมจำนวน2โครงการ /2รัฐบาล ที่รับซื้อจากเกษตรกรในราคาชี้นำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตตกต่ำขณะนั้น คือ ปี2555โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายณัฐวุฒิ ไสเกื้อ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 8,129.159 กิโลกรัม และ ปี2557โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายางพารา 702.909 กิโลกรัม สมัยรัฐบาล คสช.ที่มีนายอำนวย ปะติเส เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้งหมดจำนวน 8,832.068 กิโลกรัม ทั้งยางคัดติ้ง และยางแผ่นรมควันอัดก้อน ตรวจสอบสต๊อกและคุณภาพยางพาราเก่าที่มีอยู่สต๊อกทั้งหมด หลังมีกระแสข่าวว่า มีการนำยางเก่าในสต๊อกมาหมุนเวียนขายตลาด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคายางพาราตกต่ำ


ล่าสุด นายมีศักดิ์ ภักดีคง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 7และ8 ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ได้ร่วมกันสรุปผลการตรวจสอบสต๊อกยางทั้งหมดในจังหวัด พบว่าปริมาณยางในสต๊อกคงเดิมไม่ได้หายไป หรือเพิ่มปริมาณขึ้น การจัดเก็บส่วนใหญ่ไม่เป็นระเบียบ และยางเสื่อมคุณภาพลงทั้ง100 %เนื่องจากเกิดราสนิมและราชื้น และเสียรูป สาเหตุสำคัญเกิดจากระยะเวลาในการเก็บยางไว้ยาวนานเกินไป ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน โดยโกดังบางแห่งหลังคารั่ว มีการเรียกเก็บค่าปรับจากเอกชนเจ้าของโกดังแล้ว ภาพรวมจึงทำให้ยางทั้งหมดตกชั้นและเสื่อมคุณภาพลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปต่อราคายางที่จะขายหรือระบายออกไปในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ยืนยันขณะนี้รัฐบาลจะไม่นำยางเก่าในสต๊อกที่กระจายเก็บตามโกดังต่างๆ ทั้ง8จังหวัด รวม26โกดัง หรือกว่า1แสน5หมื่นตัน ออกมาขายอย่างแน่นอน เพราะเกรงว่าจะเป็นการซ้ำเติมราคาให้ตกต่ำลงไปอีกทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดตรัง ที่มีการจัดเก็บยางเก่าทั้ง2โครงการ รวม5โกดังนั้น รัฐบาลต้องจ่ายค่าเช่าโกดังเดือนละ8แสนบาท ขณะที่การยางแห่งประเทศไทยสาขาจังหวัดตรัง เตรียมจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องค่าเช่า ด้วยการจะขนย้ายบางโกดังไปเก็บที่จังหวัดกระบี่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเช่าโกดัง


อย่างไรก็ตาม สำหรับยางพาราที่อยู่ในสต๊อกทั้งหมดขณะนั้น มาจาก2โครงการ/2รัฐบาล ดังกล่าว โดยยางตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ปี 2555 (โครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง) ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ขณะนั้นรัฐบาลรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 109 บาท วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อรับซื้อยางพาราประมาณ 300,000 ตัน ส่วนยางในโครงการมูลภัณฑ์กันชน รัฐบาล คสช.ปี2557รับซื้อในราคากก.ละ 64 บาท วงเงิน8,000ล้านบาท ปริมาณยางจำนวน 120,000ตัน ซึ่งเป็นราคาชี้นำตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แต่ขณะนี้สามารถนำยางออกขายได้บางส่วนเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกกว่า1แสน5หมื่นตัน ยังไม่สามารถนำออกขายได้

ข่าวล่าสุด