หลังได้รับแจ้งว่าเยาวชนกว่า 300 คนที่ถูกควบคุมอยู่ภายในศูนย์เยาวชนบ้านกรุณาดังกล่าวได้ก่อเหตุยกพวกทำร้ายกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 20 ราย โดยใช้ก้อนหิน ท่อนไม้ และเหล็กแหลมซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการจัดสวนเข้าทำร้ายร่างกายกัน เจ้าหน้าที่ของสถานพินิจได้เร่งนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียงทั้งหมดรวม 14 ราย และมีอาการสาหัสถูกเหล็กแหลมแทงบาดเจ็บสาหัส 2 รายใช้เวลาในการควบคุมสถานการณ์กว่า 30 นาทีสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ โดยจุดทีร่เกิดเหตุอยู้บริเวณห้องอาบน้ำภายในสถานควบคุมเยาวชน
โดยหนึ่งในเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บเปิดเผยว่า ตนและเพื่อนที่ถูกควบคุมจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านบางเขนสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านเล็กที่มีเยาวชนจากจังหวัดใกล้เคียงมาอาศัยอยู่ด้วย และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มเยาวชนบ้านใหญ่คือบ้านปทุมมีนบุรีซึ่งจะมีเยาวชนอยู่กันจำนวนมาก ที่ผ่านพวกตนมักถูกข่มขู่และคุกคามมาตลอด ทั้งบังคับขู่เข็น เวลามีของกินหรือของใช้ส่วนตัวก็จะถูกบังคับให้เอาของมาให้ หากไม่ทำตามก็จะถูกทำร้ายร่างกายสารพัด แต่กลับไม่ถูกลงโทษจากครูแต่อย่างใด จนตนและเพื่อนคิดว่าเยาวชนในบ้านใหญ่นั้นทำอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ไม่มีความผิด จนกระทั่งมาในวันนี้ระหว่างที่กำลังจะอาบน้ำเพื่อขึ้นเรือนนอนก็ถูกเยาวชนบ้านปทุมมีนบุรีที่มีพวกเยอะกว่ากรูกันเข้ามาทำร้ายร่างกายจนเกิดเหตุตะลุมบอนกันเกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยนายอำเภอบางพลี เดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสูงสุดเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำขึ้นอีก
ด้าน พล.ต.ต. ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า บ้านกรุณาแห่งนี้จะควบคุมเยาวชนที่กระทำความผิดและถูกจับกุมมาดำเนินคดี โดยจะมีเยาวชนจากจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี รวมแล้ว 367 คน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเบื้องต้นพบว่ามีการทำร้ายกันที่บริเวณตู้ล็อกเกอร์ซึ่งเป็นรสถานที่อาบน้ำ ก่อนจะรวมตัวกันก่อเหตุดังกล่าว ส่วนประเด็นสันนิฐานว่ามาจากเด็กเจ้าถิ่นกับต่างถิ่นเกิดความไม่พอใจและเคยผิดใจทะเลาะวิวาทกันมาก่อนจึงลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ โดยจะได้สืบสวนขยายผลการก่อเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุนั้นน่าจะมีการแอบทำขึ้นและซุกซ่อนไว้ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะได้บูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นภายในอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อป้องกันการก่อเหตุ ขณะที่ผู้อำนวยการสถานพินิจยังไม่ยอมออกมาเปิดเผยข้อมูลใดๆต่อสื่อมวลชนพร้อมสั่งห้ามบันทึกภาพและเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทางตำรวจแต่อย่างใด