กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด และตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กว่า 50 นาย นำตัว นายโดเลฟ ชัวเรช 1 ใน 2 ผู้ต้องหาชาวอิสราเอล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดี ที่ร่วมกับ นายเอยาล โบคาล ผู้ต้องหาอีกคน ขับรถยนต์ไล่ชน นายมาออ มาลิล และแฟนสาว ก่อนที่ นาย โดเลฟ หนึ่งในผู้ต้องหาวิ่งลงมาจากรถเก๋ง ใช้อาวุธจ้วงแทง นายมาออ มาลิล เสียชีวิต
จุดแรก ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลสมุยอินเตอร์เนชั่นแนลสมุย ที่นายโดเลฟ ลงมาจากรถเก๋ง แล้วใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย ส่วนจุดที่ 2 จุดที่ผู้ต้องหา นำรถเก๋งซีอาร์วี ไปจอดที่ไว้ ที่หน้าวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว และจุดที่ 3 จุดที่ผู้ต้องหานำกระเป๋าที่ใส่อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้ง หลังทำแผนจุดที่ 3 เสร็จเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา ไปศาลจังหวัดเกาะสมุย เพื่อฝากขังเป็นผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว
ทางด้านรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน บอกว่า คดีนี้ นายโดเลฟ ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือใช้มีดแทงผู้ตาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นายโดเลฟ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วน นายเอยาล โบคาล ผู้ต้องหาอีกคน ยังคงให้การภาคเสธ แต่ทางตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐานที่จะสามารถดำเนินคดีได้
ชาวพะงันร้องต่างชาติแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมาย
ปัญหาเรื่องมาเฟียต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายตามสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งการก่ออาชญากรรมและการแย่งอาชีพคนไทย ที่อำเภอเกาะพะงัน ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน สุดจะทนปัญหานี้จึงรวมตัวส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
โดยชาวบ้านและผู้ประกอบการบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ขณะนี้มีชาวต่างชาติแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจประกอบอาชีพหลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญเป็นการทำแบบเลี่ยงกฎหมาย ทั้งห้องพัก ร้านอาหาร ร่วมไปถึงรถเช่า นอกจากนี้ยังมีการเปิดแผงลอย เปิดร้านขายของ ถือเป็นการทำผิดกฎหมาย ซึ่งปัญหานี้นับวัน จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ถือว่า นี่เป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจของชาวเกาะพะงันโดยตรง มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการชาวไทย ทางหนึ่ง
เรื่องนี้ นายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน และพันเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้แทนกองทัพภาค4 ได้ลงมารับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาต่อไป โดยมีรายงานว่าในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้ ทางแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะลงมารับฟังปัญหาและแนวทางการแก้ไขจากชาวอำเภอเกาะพะงันอีกครั้งหนึ่ง