เหตุระเบิดเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ ประมาณ 6 โมง 20 นาที ที่ตลาดสดพิมลชัย ซึ่งคนในพื้นที่เรียกว่า "ตลาดรถไฟ" เพราะตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ถือเป็นตลาดเก่าแก่คู่เมืองยะลา แน่นอนว่าช่วงเวลาที่เกิดระเบิดเป็นช่วงที่ตลาดกำลังพลุกพล่าน ประชาชนเดินจับจ่ายซื้ออาหารสดกันเป็นจำนวนมาก จุดเกิดเหตุอยู่ในซอย 3 หน้าเขียงหมู ซึ่งเป็นจุดที่เต็มไปด้วยพี่น้องชาวไทยพุทธ แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีกเกือบ 20 คน คุณผู้ชมดูรายชื่อผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บได้บนหน้าจอขณะนี้เลยค่ะ
รายชื่อผู้เสียชีวิต 3 ราย ตอนนี้ทราบชื่อหมดแล้ว คือ คุณนารีรัตน์ แซ่ตั้ง , คุณสุปรีดา เจนนฤมิตร และ คุณมะยากี แวยาแว จะเห็นได้ว่ารายชื่อเหยื่อระเบิด ทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นช่วงที่ต้องออกมาจ่ายตลาด ซื้อกับข้าวไปทำอาหารรับประทานในครอบครัว สำหรับระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่รถจักรยานยนต์ หรือที่เรียกว่า "มอเตอร์ไซค์บอมบ์" จากนั้นคนร้ายนำรถไปจอดบริเวณหน้าเขียงหมู ก่อนจุดชนวนระเบิดด้วยการตั้งเวลาระเบิด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสมือระเบิดแล้ว โดยเป็นภาพผู้ต้องสงสัยที่กล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้
ความโหดร้ายของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเหยื่อระเบิดที่มีแต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทำให้นอกจากการออกมาแสดงความเสียใจของผู้ใหญ่ในรัฐบาลอย่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และแถลงการณ์ประณามจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าแล้ว ยังมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่ายไทยพุทธเพื่อสันติภาพ ออกแถลงการณ์ประณามด้วย โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงที่กระทำต่อพลเรือน และขอให้ทุกฝ่ายออกมาร่วมประณาม รวมถึงต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ
สำหรับเทศบาลนครยะลา ถือเป็น 1 ใน 7 หัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงใช้มาตรการป้องกันเหตุรุนแรงอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจในพื้นที่ โดย 7 หัวเมืองเศรษฐกิจชายแดนใต้ ประกอบด้วย เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา , อำเภอเมืองปัตตานี , อำเภอเมือง และอำเภอเบตง จังหวัดยะลา , อำเภอเมือง อำเภอตากใบ และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจากมาตรการที่ผ่านมาก็สามารถป้องกันเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ได้ โดยไม่เคยเกิดเหตุระเบิดในเขตเมืองยะลาเลยมานานกว่า 2 ปี
หากนับเฉพาะเหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในเขตเทศบาลนครยะลา พบว่า เหตุการณ์สุดท้ายก่อนจะมีเหตุระเบิดที่ตลาดพิมลชัยช่วงเช้าตรู่วันนี้ ต้องย้อนหลังกลับไปเมื่้อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 58 เป็นเหตุการณ์ความไม่สงบ 22 จุดในเขตเทศบาลนครยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 22 คน ส่วนในปี 59 เมื่อวันที่ 5 เมษายน มีความพยายามก่อเหตุรุนแรงในเขตเมืองยะลา โดยคนร้ายปล้นรถกระบะจากสองสามีภรรยาในพื้นที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ก่อนนำรถไปติดตั้งระเบิดถังแก๊ส แล้วขับเข้ามาจอดในเขตเมืองยะลาช่วงกลางวันแสกๆ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบก่อนและสามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ ทำให้ไม่เกิดความสูญเสียใดๆ
เฉพาะตลาดสดพิมลชัย เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิดมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ปี 50 มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย และวันที่ 13 มกราคม ปี 53 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
เทศบาลนครยะลามีพื้นที่เศรษฐกิจ เรียกว่า "ย่านถนนรวมมิตร" เป็น "พื้นที่ไข่แดง" ถือเป็น "เซฟตี้ โซน" ที่ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนพื้นที่โดยรอบในเขตเทศบาล ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับทั่วไป แต่ในตลาดพิมลชัย ซึ่งเป็นตลาดสด มีประชาชนเข้าไปจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก จึงเป็นข้อจำกัดในการคัดกรองผู้ไม่หวังดี ถือเป็นช่องโหว่ที่คนร้ายสามารถลักลอบเข้าไปก่อเหตุได้
คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า ตลาดพิมลชัยถือเป็นพื้นที่อ่อนไหว เพราะเทศบาลไม่สามารถเข้าไปจัดระเบียบได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของการรถไฟฯ ทำให้มีปัญหาทั้งเรื่องสุขอนามัย เรื่องการทำผิดกฎหมายควบคุมอาคาร และการจัดระเบียบต่างๆ โดยเฉพาะที่จอดรถ ก็ไม่สามารถดำเนินการได้เลย ทำให้ตลาดมีสภาพยุ่งเหยิงสับสนไปหมด กระทั่งเป็นช่องโหว่ให้คนร้ายเข้าไปก่อเหตุ ที่ผ่านมาเทศบาลพยายามทำเรื่องขอรับโอนพื้นที่ เพื่อให้เทศบาลเข้าไปจัดระเบียบ แต่ก็ติดปัญหาต่างๆ มาหลายปีแล้ว และที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุระเบิดในตลาดแห่งนี้หลายครั้ง
เหตุระเบิดครั้งนี้ ถือเป็นระเบิดแบบ "มอเตอร์ไซค์บอมบ์" ลูกแรกของปีนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงพยายามตีข่าวว่าสถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น และสถิติเหตุรุนแรงลดลงอย่างมาก ถึงขั้นประกาศว่าปีหน้าอาจเป็นปี "ส่งคืนพื้นที่สันติสุข" ถอนทหารทั้งหมดออกจากจังหวัดชายแดนภาคใต้
ขณะเดียวกัน กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ที่ใช้ชื่อว่า "กลุ่มมารา ปาตานี" ก็มีความคืบหน้า โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าได้นัดพบปะกับผู้นำฝ่ายทหารของบีอาร์เอ็น และการพูดคุยมีแนวโน้มที่ดี คาดว่าจะประกาศตั้ง "พื้นที่ปลอดภัยอำเภอแรก" ได้ในช่วงกลางปีนี้
จากความเคลื่อนไหวทั้งหมด ทำให้มีการวิเคราะห์กันว่า เหตุระเบิดครั้งรุนแรงในพื้นที่เศรษฐกิจกลางเมืองยะลา น่าจะเป็นความพยายามของกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ต้องการตอบโต้ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาของฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งอาจเป็นการแสดงจุดยืนไม่ยอมรับการพูดคุยเพื่อสันติสุข และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วย
เราเพิ่งผ่านวาระ 14 ปีไฟใต้ 14 ปีเหตุการณ์ปล้นปืนมาเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งล่าความจริงก็ได้เสนอรายงานพิเศษ สรุปสภาพปัญหาไฟใต้ในทุกๆ ด้าน และทิ้งคำถามไว้ว่า สันติสุขจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ในดินแดนแห่งนี้ ดูเหมือนว่าเหตุรุนแรงล่าสุดในวันนี้คงเป็นคำตอบส่วนหนึ่งแล้วว่าปัญหาภาคใต้ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลที่ต้องพยายามหาทางแก้ไขกันต่อไป