เนชั่นทีวี

ข่าว

บช.ปส แถลงผลปฏิบัติการ "ชัยยะ สยบไพรี 61/2"59 "สมหมาย"ชี้อาจมีตร.รายอื่นร่วมขบวนการ พ.ต.ท.ค้ายา

18 ม.ค. 2561 | nation_ent

บช.ปส แถลงผลปฏิบัติการ "ชัยยะ สยบไพรี 61/2"59 
"สมหมาย"ชี้อาจมีตร.รายอื่นร่วมขบวนการ พ.ต.ท.ค้ายา

บช.ปส แถลงผลปฏิบัติการ "ชัยยะ สยบไพรี 61/2"59 เป้าหมายเน้น4เครือข่ายยึดของกลางยานรกอื้อ!!กว่า900ล้าน "จักรทิพย์"ลั่นยกระดับกวาดล้างยานรก ด้าน"สมหมาย"ชี้อาจมีตร.รายอื่นร่วมขบวนการ พ.ต.ท.ค้ายา เร่งสืบหาหลักฐานเพิ่ม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 61/2 ห้วงวันที่ 12 -19 มกราคม 2561 ในพื้นที่กทม. ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจภูธรภาค 7 รวม 59 เป้าหมาย โดยมี 4 เครือข่ายยาเสพติดที่สำคัญ 1.เครือข่าย น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง 2. เครือข่ายน.ส.ธิดารัตน์ จิตรานนท์ 3. เครือข่ายม้งเวียงแก่นของนายมนตรี วงศ์บุญชัยเลิศ และ4. เครือข่ายของนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือเอกอ้วน ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวม 9 คดี มีผู้ต้องหา 14 คน ตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า 3,600,000 เม็ด ไอซ์ 2 กก. กัญชา 12 กก. โคเคน 770 กรัม อาวุธปืนสั้น 21 กระบอก กระสุนปืน 1,163 นัด ตรวจยึดทรัพย์สิน รถยนต์ 11 คัน บ้าน 2 หลัง ที่ดินและคอนโด 37 แปลง เงินสด จำนวน 7,965,900 บาท ทองรูปพรรณ และอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 910,935,70 บาท



พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ทาง บช.ปส.ได้ทำการกวาดล้างยาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ สำหรับแผนในการปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นต่อไปนั้นจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ถือเป็นการยกระดับในกวาดล้างยาเสพติดตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จึงขอความร่วมมือทุกหน่วยงานช่วยเป็นหูเป็นตา สำหรับกรณีคดีของน.ส.ทิพย์อาภา ที่มีพ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว.สอบสวน ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. สามี มาเกี่ยวข้องนั้น จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง เพราะพ.ต.ท.คนดังกล่าวเคยมีคำสั่งให้ช่วยราชการเมื่อครั้งเคยอยู่สน.มักกะสัน ก่อนที่จะมารับตำแหน่งที่ตำรวจทางหลวงว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ในเบื้องต้น ทาง บช.ก.ได้มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตนได้มีคำสั่งให้ทุกกองบัญชาการตรวจสอบข้าราชการตำรวจทุกนายในสังกัด หากพบใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ไม่เอาไว้



ขณะที่ พล.ต.ท.สมหมาย เปิดเผยว่า จากการสอบสวน พ.ต.ท.ธนกฤต ยังคงให้การปฏิเสธ โดยธรรมชาติตำรวจจะไม่รับสารภาพ แต่มั่นใจว่าข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่สามารถทำให้ติดคุกได้แน่นอน ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายจับ เมื่อตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับน.ส.ทิพย์อาภา ได้มีการโทรมาแจ้งพ.ต.ท.ธนกฤต จนมีการขนของออก โดยพ.ต.ท.ธนกฤต ได้ขนเงินจำนวน 2 ล้านบาทไปยัง จ.เพชรบุรี ซึ่งพฤติการณ์ของพ.ต.ท.ธนกฤต มีการช่วยเหลือกันตลอดทั้งดูแลเรื่องเงิน เปลี่ยนรถให้ อีกทั้ง เจ้าหน้าที่พบเครื่องนับเงิน ถ้าไม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินจะมีไว้ทำไม และรถยนต์ที่ตรวจยึดได้ก็มีการดัดแปลงด้านล่างไว้สำหรับลำเลียงยาเสพติด ทำให้น.ส.ทิพย์อาภารอดจากการจับกุมมาได้นานกว่า 10 ปี



พล.ต.ท.สมหมาย เปิดเผยต่อไปว่า ตนคาดว่า จะมีนายตำรวจนายอื่นที่อยู่ในขบวนการของพ.ต.ท.ธนกฤต อีก เพราะคนๆเดียวคงทำไม่ได้ ส่วนจะมีการนำเงินที่ได้จากขบวนการค้ายาเสพติดมาใช้ในการโยกย้ายตำแหน่งหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขบวนการของน.ส.ทิพย์อาภาถือเป็นกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่และเชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายาเสพติดชาวลาวที่ถูกจับกุมไปแล้ว โดยพฤติการณ์กลุ่มนี้จะมีคนถือทรัพย์สินแทน ไม่ระบุชื่อเจ้าของที่เจ้าหน้าที่จับ อาจจะเป็นพ่อ หลาน น้อง ซึ่งเราต้องเชื่อมโยงให้ได้ ส่วนลักษณะการลำเลียงยาเสพติดนั้น จะนำรถยนต์ที่ถูกขโมยไปดัดแปลงใต้ท้องรถให้ว่างไว้สำหรับลำเลียงยาเสพติด ซึ่งรถยนต์คันหนึ่งสามารถขนกัญชาได้กว่า 200 กก. และมีการศัลยกรรมใบหน้าใหม่เพื่อไม่ให้คนจำได้อีกด้วย มีมูลค่าทางการเงินคาดว่ามีอยู่หลายร้อยล้านบาท ส่วนพ.ต.ท.ธนกฤตนั้น จากแนวทางการสืบสวนพบว่าเป็นนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงาน ไม่มีรายได้อื่น แต่กลับมีรายได้เข้ามามาก จนสามารถส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ต้องใช้เงินปีละกว่าล้านบาทได้



เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจหรือไม่ที่ต้องดำเนินคดีกับนายตำรวจ ผบช.ปส. ตอบว่า ไม่มีความหนักใจ และไม่กังวลที่จะต้องสอบสวนตำรวจด้วยกันหรือมียศสูงกว่า เนื่องจากสมัครเป็นตำรวจมาแล้วก็ต้องทำเพื่อประชาชน เมื่อทำผิดก็ต้องได้รับโทษ โดยขณะนี้นายตำรวจคนดังกล่าวถูกควบคุมไว้ที่ บช.ปส. ซึ่งในวันที่ 19 มกราคม นี้ ทางพนักงานสอบสวน บช.ปส.จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ต่อไป.

ข่าวล่าสุด