เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิชาการชี้ ครูน้อย 800 คน เป็น"แพะ" คดีทุจริตสนามฟุตซอล

18 ม.ค. 2561 | nation_ent

นักวิชาการชี้
ครูน้อย 800 คน เป็น"แพะ"
คดีทุจริตสนามฟุตซอล

นครราชสีมา - วันนี้ (18 ม.ค. 61) นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการวิจัยเครือข่ายกลุ่มอิทธิพล ซึ่งนำไปสู่การทุจริตอย่างเป็นระบบ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกมาเปิดเผยว่า



 กรณีการทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ เกิดขึ้นมาในช่วงปีงบประมาณ 2555-2556 ซึ่งมีนักการเมืองได้แปรงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร กว่า 689 ล้านบาท โดยกำหนดนำไปให้ตามโรงเรียนต่างๆ จำนวน 358 แห่ง ทั้งในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทีมวิจัยดำเนินการ พบว่ามีงบประมาณมาลง จำนวน 175 ล้านบาท ที่มีโรงเรียนรับไป 56 แห่ง อยู่ในสังกัด สพฐ. ซึ่งมีกระจายอยู่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1,2,3,4,5,7 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 ซึ่งกระบวนการให้งบประมาณ ก็จะมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น ๆ เป็นผู้อนุมัติงบประมาณให้ ดังนั้นจึงมีความสงสัยว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากกระบวนการนั้น เมื่อนักการเมืองแปรงบประมาณมาแล้ว ก็จะส่งให้เลขาธิการ สพฐ. ซึ่งขณะนั้นมีนายชินภัทร ภูมิรัตน์ เป็นเลขาธิการฯ อยู่ หลังจากนั้นก็จะส่งมาให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาฯ เพื่อคัดเลือกโรงเรียนที่มีความประสงค์อยากจะได้สนามฟุตซอล ซึ่งมีการตอบรับมาทั้งหมด 56 โรงเรียน โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นด่านแรกในการพิจารณาตอบรับ ก่อนเสนอให้ผู้อำนวยการโรงเรียน เสนอไปให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ตามลำดับ แต่หลังจากนั้นก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกหลายชุด โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมการอีออคชั่น (E-Auction) เพื่อทำการเปิดประมูลโครงการ ซึ่งแต่ละโรงเรียนจะมีบุคลากรไม่พอ ต้องไปหาครูจากภายนอกมาร่วมเป็นคณะกรรมการ โดย 56 โรงเรียนมีคณะกรรมการชุดนี้ประมาณ 800 คน ซึ่งจากการวิจัยพบว่าครูเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้แน่นอน ถ้าจะถูกแจ้งข้อหาก็จะกลายเป็นแพะรับบาป แต่ในส่วนของ ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาฯ ยังไม่แน่ชัด ซึ่งเมื่อเดือนเมษายน 2555 ทาง ป.ป.ช. ชี้มูลว่าการทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จำนวน 105 คน โดยประกอบไปด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาฯ และเลขาธิการ สพฐ.



ต่อมาเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน 16 แห่ง ใน จ.นครราชสีมา ไปแจ้งความกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งทางทีมวิจัยก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทาง ป.ป.ช.ไม่สนใจ โดยได้แจ้งข้อหาผู้ที่เกี่ยวข้อง 5 กลุ่ม พร้อมกับเรียกตัวให้ไปรับทราบข้อหาอยู่ในขณะนี้ ประกอบไปด้วย กลุ่มนักการเมือง, กลุ่ม สพฐ., กลุ่ม ผอ.เขต, กลุ่ม ผอ.โรงเรียน และกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งนี้เนื่องจาก ป.ป.ช.พบพิรุธว่าระบบอีออชั่น มีความผิดปกติ เพราะมีการกดเสนอตัวเลขประมูลต่างกันแค่หลักพัน ทั้งที่ในความจริงโครงการระดับเงินล้าน น่าจะมีการเสนอตัวเลขต่างกันระดับหลักหมื่นหรือหลักแสนขึ้นไป เมื่อสืบหาเชิงลึกแล้วจึงได้ข้อมูลว่าบริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งทาง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด 4 เรื่อง ได้แก่ ไม่มีการแข่งขันราคาอย่างยุติธรรม, มีการเอื้อประโยชน์กับผู้รับเหมา, สนามไม่ได้มาตรฐาน และไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งทั้ง 4 เรื่องนี้ จะมีความผิดอยู่ 3 ประเด็น คือ 1.ผิดทางวินัย ถ้าร้ายแรงถึงกับไล่ออกจากราชการ, 2.ผิดอาญามาตรา 157 มีโทษจำคุก และ 3.ผิดทางแพ่ง ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินชดใช้คืน



ส่วนกรณีที่ทาง สพฐ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไปแจ้งความกับบริษัทผู้รับเหมานั้น หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการดึงเกมให้ยืดเยื้อ เพื่อรอให้ถึงการเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะคุยได้ง่ายกว่านั้น ตนมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลต่างกันมากนัก เพราะยุคปัจจุบันนี้สังคมมีสื่อโซเชียลคอยตรวจสอบแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการตรงไปตรงมา ก็จะถูกสังคมตรวจสอบและประณามอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองเสียหายได้มากกว่า.

ข่าวล่าสุด