"จักรทิพย์" ยัน "ณิชา" บริสุทธิ์
17 ม.ค. 2561 | wanchat

"จักรทิพย์" แถลงจับ4 ผู้ต้องหาแก๊งไซมอน พร้อมพวก ยัน "ณิชา" บริสุทธิ์ เงินในบัญชี 6 ล้านเป็นเงินหมุนเวียนไม่เชื่อมโยงทำผิด - ด้าน"ณิชา"มอบดอกไม้ตร. ส่วนจะฟ้องธนาคารหรือไม่ขอปรึกษาทนาย
ข่าว
17 ม.ค. 2561 | wanchat

"จักรทิพย์" แถลงจับ4 ผู้ต้องหาแก๊งไซมอน พร้อมพวก ยัน "ณิชา" บริสุทธิ์ เงินในบัญชี 6 ล้านเป็นเงินหมุนเวียนไม่เชื่อมโยงทำผิด - ด้าน"ณิชา"มอบดอกไม้ตร. ส่วนจะฟ้องธนาคารหรือไม่ขอปรึกษาทนาย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา10.00 น. วันที่17 มกราคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. แถลงข่าวจับกุม4 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1.นายอายัค ไซมอน อีโก้ (Mr.Ayak Simon Eko) สัญชาติแคเมอรูน 2.นางสาวเจรติ หรือแอน สายสิน 3.นางสาวปวีณา หรืออ้อม สิงห์วิบูลย์ 4.นางสาวพรหมพร หรือแตน พงษ์เจริญคุณากร ที่เกี่ยวข้องกับการนำบัตรประชาชนของนางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชี จนต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจมีจากการสืบสวนหาข่าวตั้งแต่วันที่ 12 ถึง16 ม.ค. 61 กระทั่งพบว่ามีคนร้ายนำบัตรประชาชนของนางสาวณิชา เพิ่มอีก 1 ธนาคาร 1บัญชี รวมเปิดบัญชีธนาคาร 8 ธนาคาร 10 บัญชี ซึ่งคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดยนายอายัค ไซมอน ทำหน้าที่จ้างวานหาบัญชี และเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน ส่วนนางสาวเจรติ หรือแอน สายสิน ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 3 บัญชี นางสาวปวีณา หรืออ้อม สิงห์วิบูลย์ ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 5 บัญชี ขณะที่นางสาวพรหมพร หรือแตน พงษ์เจริญคุณากร ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 2 บัญชี ซึ่งมีการกระทำความผิดหลายพื้นที่ ทั้ง สน.ห้วยขวาง , สน.ภาษีเจริญ , สน.ทุ่งมหาเมฆ สน.ลาดพร้าว , สน.หลักสอง , สภ.นนทบุรี และ สน.วังทองหลาง แผนประทุษกรรมลักษณะนี้คล้ายกับแก๊งโรแมนซ์สแกม แต่ที่เหมือนกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือการหลวกลวงประชาชนเหมือนกันพล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น สามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ ตามพยาน หลักฐานที่ปรากฏขณะนี้ยังไม่พบว่านางสาวณิชามีความผิด ส่วนเงินในบัญชีจำนวน 6 ล้านบาท ที่มีการตั้งข้อสังเกตนั้น ตรวจสอบแล้วเป็นเงินหมุนเวียนตั้งแต่ปี 2554 ไม่มีความเชื่อมโยงกับการทำความผิด และไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยการคลี่คลายคดีดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและกำชับให้ช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนข้อสงสัยที่นางสาวณิชา ทำบัตรประชาชนหายถึง 3 ครั้ง จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.นิชา ได้แจ้งบัตรประจำตัวประชาชนหายทั้งสิ้น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกทำตอนอายุ 15 ปี และบัตรก็หมดอายุไป ก่อนจะทำใหม่อีกครั้ง และได้ทำหายที่ร้านสะดวกซื้อ และ น.ส.ปวีณา ได้นำบัตรจากร้านสะดวกซื้อไป ก่อนจะนำไปเปิดสมุดบัญชีเงินฝากในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หลักพาล รองผบช.ทท. หารือกับตัวแทนธนาคารต่างๆ เพื่ออุดช่องโหว่ของธนาคาร ไม่ให้มิจฉาชีพก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้อีกขณะที่นางสาวณิชา พร้อมพี่สาวเดินทางมามอบดอกไม้ให้กับ ผบ.ตร. และคณะทำงาน พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย โดยเฉพาะศูนย์ปราบคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำให้ความจริงปรากฏ เรื่องนี้ถือว่าเป็นบทเรียนให้กับตนเอง สังคม เป็นกรณีตัวอย่าง ถ้าใครที่เคยทำบัตรหายให้รีบไปแจ้งความ จะได้หาวิธีป้องกันให้ทันท่วงที ยอมรับว่าตั้งแต่เป็นข่าวปรากฏตามสื่อ การใช้ชีวิตค่อนข้างไม่ปกติ เพราะต้องเดินสายพบเจ้าหน้าที่ตลอด ส่วนจะมีการฟ้องธนาคารหรือไม่นั้น ขอปรึกษากับทนายความก่อน เพราะตนไม่มีความรู้ในด้านข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทางครอบครัว เพื่อน พี่น้อง ที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด