เรื่องราวที่ปรากฏเป็นข่าวจากปัญหาลูกบ้านไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง โดยมากก็จะเป็นการ "ติดป้ายประจาน" หรือตัดการบริการบางเรื่อง เช่น ไม่เปิดไม้กั้นบริเวณทางเข้า-ออกหมู่บ้าน ต้องให้ลูกบ้านที่ไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง ลงจากรถเปิดเอง อย่างนี้เป็นต้น
แต่ล่าสุด "ล่าความจริง" ได้รับเรื่องร้องเรียนที่แปลกประหลาดกว่านั้น โดยเป็นเรื่องที่ส่งตรงมาจากลูกบ้านหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านบึงกุ่ม ที่มีปัญหาค่าส่วนกลาง แต่ไม่ใช่การไม่จ่าย กลายเป็นต้องจ่ายในอัตราที่สูงเกินความจำเป็น และเมื่อจ่ายแล้ว ก็ไม่ได้รับการดูแลเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และที่แทงใจดำลูกบ้านสุดๆ ก็คือ มีการตั้งกฎเก็บค่าผ่านทางรถยนต์ที่เข้า-ออกหมู่บ้าน ในอัตราสูงถึง 200-300 บาทต่อครั้ง ขนาดคนที่จะเข้าหมู่บ้านเป็นญาติเจ้าของบ้านแท้ๆ และต้องการเข้าไปเยี่ยมญาติ ก็ยังต้องจ่าย
หนำซ้ำขนาดครอบครัวที่มีคนป่วย ต้องเรียกแท็กซี่มารับไปโรงพยาบาล ทางหมู่บ้านก็ไม่ยอมให้แท็กซี่ผ่าน จนกว่าจะจ่ายค่าผ่านทาง เดี๋ยวเราไปดูคลิปกันเลยค่ะ
ปัญหายังไม่จบแค่นั้น เพราะบางบ้านมีการจ้างคนงานเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน หรือตกแต่งสวน ปรากฏว่าเวลาคนงานผ่านเข้าไปทำงาน ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม หากจะออกไปซื้ออาหาร หรือทำธุระข้างออก ขากลับมาก็ต้องจ่ายอีกรอบ
นอกจากนี้ ลูกบ้านยังได้รับผลกระทบจากปัญหาระบบสาธารณูปโภคที่ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ทั้งเสาไฟส่องสว่างที่ถูกรื้อถอนออกไปจำนวนหนึ่ง การขึ้นค่าส่วนกลางจากอัตรา 5 บาทต่อตารางวาต่อเดือน เป็น 8 บาทต่อตารางวาต่อเดือน โดยไม่มีการแจ้งรายละเอียด และไม่เคยแจกแจงบัญชีรายรับรายจ่ายให้ลูกบ้านทราบ
ปัญหาทั้งหมดที่สะสมตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้วันนี้กลุ่มลูกบ้านได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดมีนบุรี เพื่อขออำนาจศาลช่วย โดยเฉพาะให้ยกเลิกการเก็บค่าผ่านทางหน้าหมู่บ้าน
ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกบ้านอีกคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่มานานกว่า 30 ปีแล้ว เธอเล่าว่ามาตรการเก็บค่าผ่านทางทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากในบ้านมีคนป่วยต้องไปโรงพยาบาลเกือบทุกสัปดาห์ เวลาจะไปหาหมอก็ต้องเรียกแท็กซี่มารับที่บ้าน ซึ่งแต่ละครั้งจะมีปัญหาเรื่องการเข้ามารับคนป่วยตลอด
แทบไม่อยากเชื่อว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับหมู่บ้านหรูในกรุงเทพฯ ปัญหานี้ยังไม่จบ เพราะยังมีกลไกที่อาจยื่นมือเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ นอกจากการพึ่งอำนาจศาล รวมทั้งเหตุผลของทางฝั่งหมู่บ้านและนิติบุคคล ซึ่งยังไม่ยอมให้สัมภาษณ์ ล่าความจริงจะนำมารายงานให้ทราบต่อไป