โดยแรกเริ่มเดิมที่ อาบอบนวดวิคตอเรียฯ จดทะเบียนจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ชื่อ อมรินทร์ออนเซน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ปี 2509 ประกอบกิจการอาบน้ำ อบ นวด สุภาพบุรุษและสตรี ที่ตั้งเลขที่ 524/1 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน พระนคร ทุน 300,000 บาท มีหุ้นส่วน 3 คน ประกอบด้วย พันตรีรังสรรค์ ประดิษฐ์พงษ์ อาชีพรับราชการ ลงหุ้นด้วยเงิน 150,000 บาท นายศุภชัย พรหมเดช และ นายวีระชาติ พรหมเดช อาชีพรับจ้าง ลงหุ้นกันคนละ
ต่อมาในเดือนกันยายน 2526 ก็มีการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นใหม่และย้ายที่ตั้งเลขที่ 20 ตรอกบางขุนพรหม ถนนสามเสน แขวงสามเสน เขตพระนคร กรุงเทพฯ แล้วก็มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นอีกครั้ง จนมากระทั่งเดือนเมษายน 2536 ก็มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหม่อีกครั้งมี นายบรรเจิด เตชะอินทราวงศ์ ลงหุ้นใหญ่ 150,000 บาท นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ซึ่งปัจจุบันผันมาทำงานด้านสื่อ รวมหุ้น 100,000 บาท นายสำราญ ภัทรเกษวิทย์ 50,000 บาท และ นายวิศิษฐ แซ่ฟ้ง 10,000 บาท โดยมีนายชูวิทย์ และ นายวิศิษฐ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
ต่อมากิจการเจริญก้าวหน้าไปด้วยดี นายชูวิทย์ จึงเพิ่มทุนลงหุ้นใหญ่ 250,000 บาท และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ มีนายสำราญ ภัทรเกษวิทย์ ลงหุ้น 50,000 บาท พร้อมกับย้ายที่ตั้ง ไปเลขที่ 555 ซอยศูนย์วิจัย 4 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันของอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท
ต่อมาในปี 2547 นายชูวิทย์ ซึ่งขณะนั้นเรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่ออาบอบนวด เพราะมีกิจการอาบน้ำในเครือหลายแห่ง ถอนตัวออกจากแวดวงกิจการอาบน้ำ คงเหลือผู้ถือหุ้นอยู่ 2 คน คือนายภารวิทย์ วิเชียรเพชร ลงหุ้น 90,000 บาท และ นายชาตรี ปิติกุล 210,000 บาท สาเหตุหนึ่งที่นายชูวิทย์วางมือ เนื่องมาจากถูกกลุ่มบุคคลลึกลับอุ้มตัวขึ้นรถยนต์หายไป แต่นายชูวิทย์ หนีรอดมาได้ในสภาพสะบัดสะบอม ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล กระทั่งต่อมาได้ออกมาแฉเรื่องนายตำรวจระดับสูง เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บส่วยอาบอบนวด จนสั่นสะเทือนวงการสีกากี ถือเป็นปฐมบทแห่งการเปิดโปงส่วยอาบอบนวด เป็นข่าวใหญ่ที่สื่อทุกแขนงเฝ้าติดตามนานร่วม 3 เดือนเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่มีการเอาผิดกับตำรวจที่เกี่ยวได้
กระทั่งปี 2549 กิจการอาบอบนวด มีการเปลี่ยนมืออีกครั้ง และมีชื่อ นางสาวศศิธร วิระเทพสุภรณ์ เข้ามาถือหุ้นใหญ่ ร่วมกับ นายมาตรวงศ์ ชนินทราเวศย์ และ นายภารวิทย์ วิเชียรเพชร ล่าสุดปี 2560 นางสาวศศิธร ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และนายอภิชาติ แซ่แต้ ร่วมถือหุ้น
ก็ต้องดูกันว่าการบุกจับกุมอาบอบนวดวิคตอเรีย ซึ่งพบว่ามีการนำเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี มาค้าประเวณี ร่วมไปถึงการบังคับหญิงสาวเกือบ 100 คน ให้ทำงานค้ากาม ซึ่งเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จะสามารถดำเนินคดีกับเจ้าของและผู้เกี่ยวข้องกับการค้ากาม รวมไปถึงเจัาหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรับส่วนได้หรือไม่