เมื่อเย็นวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้เชิญตัวนางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี มาสอบปากคำอีกครั้งเพื่อซักถามให้หายสงสัยในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องเงิน 6 ล้านบาทในบัญชีของเธอ และการทำบัตรประชาชนหลายครั้ง รวมถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า ก่อนเกิดเรื่อง เธอเคยไปพูดคุยกับนางปวีณา สิงหวิบูลย์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 2 หญิงสาว ที่เป็นผู้นำบัตรของเธอไปเปิดบัญชี และอีกหลายๆประเด็น จึงต้องใช้เวลาสอบสวนข้ามคืนกว่า 12 ชั่วโมง เพราะมีพนักงานสอบสวนหลายท้องที่ มาร่วมสอบ
ภายหลังการสอบสวน ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป บอกว่า นางสาวณิชา ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามในทุกประเด็น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ก่อนที่จะให้เดินทางกลับบ้านในช่วงประมาณตี 2 ที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียดของคำให้การต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจมีผลต่อรูปคดี ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปสืบหาข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์เป็นไปตามคำให้การของนางสาวณิชาหรือไม่
ทางด้านรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนะเจริญ บอกว่า นางสาวณิชา ยังถือเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนในพื้นที่ สภ.บ้านตาก แต่ก็เป็นผู้เสียหาย ในคดีถูกคนร้ายสวมบัตรประชาชน โดยยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเป็นผู้บริสุทธิ์
ส่วน นางสาวปวีณา ซึ่งเป็น 1 ใน 2 คนร้ายที่แอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร ตำรวจได้คุมตัวมาสอบสวนแล้วได้แจ้งกระทำผิด ข้อหาลักทรัพย์ นำบัตรประชาชนของผู้อื่นไปใช้ และข้อหาปลอมแปลงเอกสาร เบื้องต้นยอมรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้าง 10,000 บาท จากนายไซม่อน ชาวต่างชาติ ตัวการใหญ่ของขบวนการ ซึ่งมีรายงานว่าถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้วตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และอยู่ในขั้นตอนการซักถาม
ล่าสุดมีรายงานว่า ตำรวจได้ไปสอบปากคำผู้ต้องหาอีกคนที่เรือนจำโพธิ์แก้ว จังหวัดนครปฐม ก็คือนางสาวเจรติ หรือแอน สายสิญจน์ ที่นำบัตรนางสาวณิชาไปบัญชี เพื่อหาความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปคดี และจะมีการแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันพรุ่งนี้