ตามล่ามือยิงวิศวกรคาดสาวคนสนิทพัวพัน
09 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

พระนครศรีอยุธยา - เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานตามหาคนร้ายยิงวิศวกรก่อนทิ้งศพริมแม่น้ำเจ้าพระยา คาดมีสาวคนสนิทพัวพัน
ข่าว
09 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

พระนครศรีอยุธยา - เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานตามหาคนร้ายยิงวิศวกรก่อนทิ้งศพริมแม่น้ำเจ้าพระยา คาดมีสาวคนสนิทพัวพัน
จากกรณีเมื่อช่วงเช้าเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 ม.ค. 2561 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีผู้พบศพผู้เสียชีวิตอยู่ริมแม่น้ำพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตมาจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ใบหน้าทะลุท้ายทอย ทราบชื่อต่อมาชื่อนายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 51 ปี เป็นเสี่ยรับเหมาประมูลและก่อสร้างอาคารในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอำเภอบางปะอิน ในนามบริษัท เอสเอพี คอนสตรั้คชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก และได้สร้างเสร็จเรียบร้อยในโครงการมีมูลค่า 8-10 ล้านบาท มีการส่งงานเรียบร้อยแล้ว และนายไพโรจน์ ได้มาติดตามทวงถามหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันไว้ในการก่อสร้างกับโรงพยาบาลเป็นจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างทำการสอบสวนว่ามีสวนเกี่ยวของกับการเสียชีวิตหรือไม่
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังค้นหาในจุดเกิดเหตุในรัศมี 500 เมตร ก็พบเจอถุงใส่แว่นสีน้ำเงินและแว่นตาของผู้ตายตกอยู่ริมแม่น้ำห่างกับจุดพบศพประมาณ 100 เมตรแต่ไม่พบคราบเลือด หรือจุดที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดสังหารหรือพบปลอกกระสุนปืนแต่อย่างใดและจากการสอบสวนของเจ้าที่พบเพื่อนของผู้ตายทราบว่าพบผู้ตายเล่าสุดเมื่อวันที่4ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ตายมาเยี่ยมตามประสาคนรู้จักกันและได้มีเพื่อนของผู้ตายมาจากพิษณุโลกและนวนคร มารับและได้ชวนกันไปกินเลี้ยงที่ในกรุงเทพมหานครแต่ไม่ทราบสถานที่ซึ่งชุดที่ใส่กินเลี้ยงนั้นเป็นชุดเดียวกับที่ผู้ตายใส่ตอนพบเจอเป็นศพ ล่าสุด พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ รองผบ.ช.ภ.1 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและหาหลักฐานเพิ่มเติมในจุดเกิดเหตุ
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 9 ม.ค. 2561 พ.ต.อ.ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน เปิดเผยว่า พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก. กก.สส. จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีการประชุม เพื่อติดตามจากกล้องวงจรปิด และขณะพอรู้เบาะแสบ้างแล้ว เพราะคนตายได้ส่งภาพ ตอนกินเลี้ยงเมื่อคืนนี้ และภาพที่กินเลี้ยงเมือคืนก็ใส่ชุดนี้ นอกจากนี้ยังทราบว่า ผู้ตายมีเพื่อนที่สนิทกัน มารับไปรับประทานอาหารที่ตลาดกลางเพื่อการการเกษตร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา และเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร แล้วขาดการติดต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดต่อกลุ่มเพื่อนมาทำการสอบสวน รวมถึงคนที่ใกล้ชิดเพื่อหาสาเหตุของการสังหาร
ในเบื้องต้น ตั้งประเด็นการขัดแย้งทางธุรกิจ การฆ่าชิงทรัพย์ หรือชู้สาวโดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดที่จับภาพผู้ตายขึ้นแท๊กซี่ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยว่าขึ้นที่ใด โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าได้เบาะแสมากพอสมควรแล้ว ซึ่งคาดว่าผู้ตายน่าจะรู้ตัวว่าจะเสียชีวิต กลัวว่าหากตายแล้วอาจจะถูกทำลายหลักฐานจึงได้นำบัตรประชาชนใส่เอาไว้ในกางเกงชั้นในด้วย
ต่อมา พ.ต.อ.ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อเก็บ และตรวจหาหลักฐานในจุดเกิดเหตุเบื้องต้น ให้เจ้าหน้าที่ เก็บหลักฐาน คล้ายคราบเลือดบนดินในจุดเกิดเหตุเพื่อนำไปตรวจสอบว่าเป็น หยดเลือดหรือไม่ พร้อมทั้ง ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นที่ตั้งไว้คือ หัก ผลประโยชน์ชู้สาวและชิงทรัพย์
ต่อมาได้มีญาติผู้เสียชีวิต ได้นำร่างผู้เสียชีวิตใส่ในโลงศพ ขึ้นรถตู้มายังจุดเกิดเหตุพร้อมเชิญพระภิกษุสงฆ์จำนวน 4 รูปมาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตตรงจุดเกิดเหตุ พร้อมไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว เพียงพูดสั้นๆ ว่า มั่นใจว่าตำรวจต้องจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นทางญาติจะได้นำไปเป็นกุศลที่จังหวัดพิษณุโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รองผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ประชุมตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ภจว.พระนครศรีอยุธยา และสภ.บางปะอิน โดยมี พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภจว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมประชุม โดยที่ประชุมมีการวางแนวทางการสืบสวน และหาปมของการสังหาร ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่ผู้ตายถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งเอาไว้ เนื่องจากที่เกิดเหตุ ไม่พบร้องรอยการต่อสู้หรือดิ้นรนขัดขืน แต่ก็ยังมีพยานแวดล้อมระบุว่าได้ยินเสียงปืน 1 นัดในวันก่อนพบศพ ซึ่งกำลังมองถึงความเป็นไปได้
ส่วนการสังหารนอกจากเรื่องของการขัดแย้งเรื่องธุรกิจแล้ว มุ่งไปที่เรื่องชู้สาวด้วย เนื่องจากเสื้อผ้าผู้ตายไม่เรียบร้อย เข็มขัดไม่ร้อยหูกางเกง และยังมีประเด็นเรื่องการชิงทรัพย์ที่ทรัพย์สินหายหลายรายการ ขณะนี้อยู่ระหว่างหาพยานที่พบเห็นผู้ตายครั้งสุดท้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เบาะแสของคนร้ายไม่นานนี้