7 วันอันตราย ปีใหม่ ตาย 423 ศพเมาขับสาเหตุหลัก
แม้หน่วยงานภาครัฐจะพอใจกับ ยอดตายอุบัติเหตุที่ลดลง ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ที่มาพร้อมกับความสูญเสีย 423 ศพ และ บาดเจ็บอีกกว่า 4000 ราย ในปี2561 แต่หากย้อนดูย้อนหลังไป 10 ปี ตั้งแต่ปี 2550 ช่วงเทศกาลปีใหม่ตายมากถึง 449 ราย ค่อยๆ ปรับลดลงระดับ 367 ราย ในปี 2552 ทรงตัวจนถึงปี 2559 จากนั้นในปี2560 ยอดตายปีใหม่เพิ่มขึ้น478 ศพ จนทำลายสถิตติ สวนทางมาตราการรัฐ สาเหตุหลักมากจากเมาแล้วขับ การขับรถเร็ว ยังไม่รวมเทศกาลสงกรานต์ที่ยอดตายไม่แพ้กัน
การตายอุบัติเหตุปีใหม่ที่ลดลง 15 เปอร์เซนต์ จากมาตรการที่คุมเข้ม ในปีนี้การเกิดอุบัติเหตุหมู่ที่ตายครั้งละมากมากกว่า 20คน ไม่เกิดเหมือนปี60 แต่ความสูญเสียกว่า 400 ศพ ในช่วงเทศกาล ก่อให้เกิดความเสียหายรวมทางเศรษฐกิจ สูญงบด้านสาธารณสุข ไม่ต่ำกว่า 2000 ล้าน กลายเป็นภาระ และ การนำงบไปใช้พัฒนาด้านอื่นๆ
การแก้ปัญหา เมาขับ ยังเป็นโจทย์ใหญ่ แม้มาตราการจะเข้มข้นมีบทเรียจากทุกปี แต่หลายปัจจัยที่แตกต่างในแต่ละปี กลายเป็นมัจจุราชทุกช่วงเทศกาล ข้อมูลใหม่ยังพบ เยาวชนเพิ่มขึ้น18 % ตายจากแอลกอลฮอล ทั้งที่กฎหมายบังคับห้ามซื้อ ห้ามจำหน่าย
แต่อนาคตเราจะลดอุบัติเหตุให้ได้เหลือครึ่งหนึ่งได้หรือไม่ ความพยามภาครัฐเดินหน้ามาเป็น 10 ปี นักวิชาการด้านความปลอดภัยบนท้องถนนมอง ถึงเวลาที่อุบัติเหตุควรจะต้องลด
หลายประเทศที่เดินทางในช่วงเทศกาล คำถามคือ ตายจำนวนมากเหมื่อนกับในไทยหรือไม่ นักวิชาการมองว่า ตราบใดที่คนไทยยังฉลองเทศกาลด้วยแอลกอฮอล์แล้วขับรถ ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการตายได้ และ ตราบใดที่ระบบขนส่ง ยังเดินทางด้วยรถสาธารณะที่เป็นรถยนต์ เราก็จะต้องพบกับความสูญเสียทุกเทศกาล
การสร้างการรับรู้ และ การณรงค์ การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยพาะท้องถิ่น ยังกลายเป็นความหวังของหน่วยงานรัฐเหมื่อนเช่นเคย แต่คำถาม คือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ "อุบัติเหตุปีใหม่ " ต้องแก้มากกว่า " เมาแล้วขับ "