อย.เล็ง คลอดกฎหมายห้ามใช้ "ไขมันทรานส์" ทำอาหาร
26 ธ.ค. 2560 | nation_ent

อย.ยกร่างประกาศสธ. ห้ามใช้ "ไขมันทรานส์"ประกอบอาหาร หลังองค์การอนามัยโลกกำหนดให้น้ำมันต้องมีไขมันทรานส์ไม่เกิน 0.5 มก.และอเมริกาออกกฎหมายแล้ว
ข่าว
26 ธ.ค. 2560 | nation_ent

อย.ยกร่างประกาศสธ. ห้ามใช้ "ไขมันทรานส์"ประกอบอาหาร หลังองค์การอนามัยโลกกำหนดให้น้ำมันต้องมีไขมันทรานส์ไม่เกิน 0.5 มก.และอเมริกาออกกฎหมายแล้ว
"ไขมันทรานส์เกิดจากน้ำมันที่เอามาใช้ทำอาหาร เช่น น้ำมันที่ใช้ทอดปกติต้องเป็นไขมันที่มีความอิ่มตัวสูง แต่เนื่องจากขนมต่างๆ โดนัท มักจะใช้น้ำมันถั่วเหลืองมาทอดเพื่อให้มีกลิ่นของถั่วเหลืองติดมาด้วย แต่ประเด็นคือน้ำมันถั่วเหลืองเป็นน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ ถ้าจะเพิ่มให้มีความอิ่มตัวสูงเพื่อให้เหมาะสำหรับการทอดเลยต้องมีการเติมสารไฮโดรเจนบางส่วนรลงไปในกระบวนการผลิตน้ำมัน ซึ่งทำให้เกิดไขมันทรานส์ขึ้นมา จริงๆ ประเทศไทยได้เปรียบประเทศแถบยุโปรอยู่ตรงที่เรามีน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูงโดยธรรมชาติ เหมาะสำหรับการทำเมนูทอดอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องเติมไฮโดรเจนลงไป แต่เราต้องห้ามเพื่อไม่ให้มีการนำเข้ามาจากเมืองนอก ขอแนะนำว่าถ้าจะทำเมนูทอดขอให้ใช้น้ำปาล์ม ถ้าจะทำเมนูผัดก็ใช้น้ำมันถั่วเหลือง" น.ส.ทิพย์วรรณ กล่าว
อนึ่ง ก่อนหน้านี้สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยทำการสำรวจกลุ่มอาหารที่มีไขมันทรานส์ปนเปื้อนในประเทศไทย โดยสุ่มกลุ่มอาหาร 247 ผลิตภัณฑ์ในสถานประกอบการ 28 แห่ง พบว่า กลุ่มอาหารที่มีความเสี่ยงมากที่สุดประกอบด้วย เนย พาย ยีสต์ โดนัท และขนมเค็ก โดยมีปริมาณไขมันทรานส์สูงกว่าร้อยละ 0.7 กรัมต่อหน่วยการบริโภค ซึ่งถือว่าป็นปริมาณที่เกินกำหนดและเสี่ยงต่อการเกิดโรค ส่วนกลุ่มอาหารที่มีความเสี่ยงรองลงมา ได้แก่ ไก่ทอด ผลิตภัณฑ์จากนมต่างๆ คุกกี้ เวเฟอร์ มันฝรั่งทอด ครีมเทียม และมาการีน โดยพบมากถึงร้อยละ 38 ของอาหารในท้องตลาด