ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 797/2560 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ข้อหาฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมของกลางรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาวเปลี่ยนชุดสีเป็นสีแดง หมายเลขทะเบียน 3 กด 6901 กรุงเทพมหานคร 1 คัน โดยจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานีการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียนได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคู่อริจนถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ บนถนนเอกชัย ฝั่งตรงข้ามซอยเอกชัย 68 แขวงและเขตบางบอน กทม. เมื่อรุดไปตรวจสอบพบศพ นายอนุสรณ์ นาลอย อายุ 19 ปี หนุ่มโรงกลึงย่านบางกรวย ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.เข้าที่อกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจ 1 นัด นอนตายใกล้รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ทะเบียน 6 กล 3375 กรุงเทพมหานคร ของตัวเองซึ่งจากการตรวจค้นรถคันดังกล่าวพบอุปกรณ์เสพยาเสพติดซุกอยู่ใต้เบาะ 1 ชุด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเพื่อนผู้ตายที่ขับขี่และซ้อนท้าย รถ จยย.เกาะกลุ่มมาด้วยกันถูกกระสุนปืนลูกหลงได้รับบาดเจ็บด้วย 2 คน ชื่อ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ถูกยิงที่เท้า และ น.ส.เลย์ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ถูกยิงที่หน้าท้อง โดยขณะนี้ทั้งสองอาการปลอดภัยหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 กำชับฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน และ กก.สส.บก.น.9 เร่งประสานงานกันลงพื้นที่สอบสวนพยาน รวมทั้งไล่กล้องวงจรปิดหาเบาะแสเกี่ยวกับตัวมือปืนรายนี้ จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายปฐมพร ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ที่บ้านย่านถนนพระราม 2 ซอยที่ 84 แต่หลังเกิดเหตุ นายปฐมพร ได้รีบเก็บข้าวของหนีออกจากบ้านพักไปกบดานตามบ้านญาติและคนรู้จักในหลายพื้นที่ รวมถึงดัดแปลงสภาพ รถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุจากสีขาวให้เป็นสีแดงเพื่อหวังจะตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ทนถูกชุดคลี่คลายคดีกดดันไม่ไหว และถูกจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปอยู่บ้านญาติภรรยาในพื้นที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานีจากการสอบสวน นายปฐมพร ยอมรับว่า ปัจจุบันไม่ได้เรียนหนังสือแต่ช่วยญาติพี่น้องทำธุรกิจค้าขายเหล็ก ก่อนเกิดเหตุขับรถ จยย.ออกไปเที่ยวเล่นกับกลุ่มเพื่อนๆ หลายคัน กระทั่งพบกับกลุ่มผู้ตายซึ่งขับขี่ รถ จยย.มากันหลายคันเช่นกันบนถนนเอกชัยฝั่งขาเข้า โดยเริ่มแรกกลุ่มผู้ตายได้ตะโกนมาแซวสาวๆ รุ่นน้องในกลุ่มตนก่อน จากนั้นจึงเกิดการเขม่นกันขึ้น พอขับรถตีคู่กันมาได้สักระยะคนในกลุ่มผู้ตายก็ตะโกนให้ของลับตน และกล่าววาจาท้าทายคล้ายอยากจะมีเรื่อง ที่แรกตนก็แกล้งเร่งเครื่องแซงหนีกลุ่มผู้ตายไป แต่พอเห็นกลุ่มผู้ตายกลับรถย้อนไปทางถนนเอกชัยฝั่งขาออก จึงรีบกลับรถตามไปใช้อาวุธปืนบีบีกันที่ดัดแปลงใส่ลูกกระสุนปืนจริงขนาด 9 มม. ที่เพิ่งซื้อมาในราคากระบอกละ 10,000 บาท ยิงใส่กลุ่มผู้ตาย ไปทั้งสิ้น 4 นัด จากนั้นก็เร่งเครื่องกลับไปตั้งหลักที่บ้านพักถนนพระราม 2 ซอย 84 เปลี่ยนชุดสีของ รถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุจากสีขาวให้เป็นสีแดง แล้วจอดรถ จยย.ทิ้งไว้ที่บ้าน ก่อนเปลี่ยนเอารถเก๋งของญาติขับหลบหนีไปกบดานตามบ้านคนรู้จักในหลายจังหวัด"เริ่มแรกตนขับรถเก๋งมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้เพื่อไปพักที่บ้านญาติภรรยาในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างทางตนเจอด่านตำรวจตั้งจุดสกัดช่วงก่อนถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงตัดสินใจโยนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไปในป่า แล้วขับรถไปต่อจนถึงจุดหมาย แต่กบดานอยู่ได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนสถานที่ย้ายไปตั้งหลักกับญาติที่ จ.ชลบุรี อีก เพราะช่วงเวลาดังกล่าวในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี กำลังประสบปัญหาอุทกภัย กระทั่งสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว ตนจึงย้อนกลับไปที่ จ.สุราษฎร์ธานี อีกครั้ง จนถูกเจ้าหน้าที่ตามสะกดรอยและรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด" นายปฐมพร กล่าวเบื้องต้นชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร แก่ นายปฐมพร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป