อย่างปีที่แล้ว ท่าน ผบ.ตร.พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ได้ฉายา "สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน" ท่าน รอง ผบ.ตร. พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา ได้ฉายา "นายพลวันสต็อปเซอร์วิส" ก่อนหน้านั้นท่านก็ได้รับฉายา "มือปราบยูฟัน" มาแล้วด้วย มาดูกันว่าปีนี้สองท่านนี้จะได้ฉายาว่าอะไร และมีนายตำรวจคนไหนได้ฉายาอีก เรามาดูกัน
สมาคมนักข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทยตั้งฉายาให้กับ 10 นายตำรวจที่ผ่านการคัดเลือก คนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเบอร์หนึ่งกรมปทุมวัน "บิ๊กแป๊ะ" พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปีนี้ ฉายา "ผบ.ตร สายแข็ง"เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้มีข่าวลือออกมาเป็นระยะว่า จะถูกปลดบ้าง ถูกบังคับให้ "ลาออก" เพื่อไปรับตำแหน่ง "รัฐมนตรี" บ้าง แต่สุดท้าย ก็ได้ไฟเขียวจาก นายกลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ทำงานต่อ โดยมีผลงานโดดเด่น คือการสางคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ที่จังหวัดกระบี่ ที่ระดมนายเพื่อนร่วมรุ่นซึ่งเป็นนักสืบระดับปรมาจารย์ลงพื้นที่จนสามารถจับกุมคนร้ายได้โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน
คนต่อมาคือ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และ โฆษก ตร. ปีนี้ได้ฉายา "มือปราบพระกาฬ" เพราะได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ลงไปลุยปราบปรามคดีดังๆ ล่าสุดคือ คดีหมอยอร์น และครูจอมทรัพย์
ทางด้าน พลตำรวจโท สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ได้รับฉายา "มือปราบหมื่นล้าน" จากผลงานการกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่โดยเฉพาะคดีของ "นายไซซะนะ" พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ชาวสปป.ลาว และตามขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายได้จำนวนมาก
ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ น.1 พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ได้ ฉายา "น.1 ไม่บึ่งแล้ว"เหตุผลก็คือเนื่องจากก่อนหน้านี้ในยุคที่ น.1 คนก่อน พลตำรวจโทศานิต มหถาวร ไม่ว่าจะมีคดีที่ สน.ไหน มีเหตุอะไร มืดค่ำดึกคืนแค่ไหนก็จะไปที่เกิดเหตุ ก็จะซึ่งตรงกันข้ามกับ "บิ๊กหยม" จะรอแถลงข่าวที่กองบัญชาการเท่านั้นจึงเป็นที่มาของ ฉายา "น.1 ไม่บึ่งแล้ว"
ที่ขาดไม่ได้เลย คือ "บิ๊กโจ๊ก" นายพลคนดัง พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ฉายา "นายพลศูนย์เหรียญ" จากปฎิบัติการกวาดล้างเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญข้ามปี มีการยึดอายัดทรัพย์สินของพวกผู้ต้องหานับหมื่นล้าน แต่สุดท้ายศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องพวกจำเลย เท่ากับว่าที่ทำมานั้นสูญเปล่าจึงเป็นที่มาของ ฉายา "นายพลศูนย์เหรียญ"
ส่วนคนอื่นๆ ก็มี พลตำรวจตรี กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้ฉายา "มือพิฆาตมารศาสนา"จากผลงานเดินหน้ากวาดล้างแก๊งทุจริต"เงินทอนวัด" พลตำรวจโท จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ฉายา "ฉลามตาฟาง"เนื่องจากว่าพื้นที่รับผิดชอบติดชายทะเล และในพื้นที่ยังมีปัญหาอาชญากรรม
พลตำรวจตรี อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ฉายา "แมนไทยลีก"จากการสืบสวนคดี "ล้มบอลไทยพรีเมียร์ลีก" / พันตำรวจเอกนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ฉายา "นักสืบโลกลืม" เพราะไขคดีสำคัญในนครบาลได้หลายคดี แต่พอมีการแถลงข่าวไม่เคยออกสื่อ คือตำรวจทำงานนักสืบต้องแฝงตัว ออกสื่อบ่อยๆเดี๋ยวโจรจะจำหน้าได้ จะทำงานลำบาก สุดท้าย "ผู้กำกับเอ็ม" พันตำรวจเอกภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ฉายา "เอ็ม5บ้าพลัง"จากเหตุการณ์ วิ่งไล่จับกุมผู้ต้องหาที่กระโดดหนีจากห้องสอบสวน แล้วแบกผู้ต้องหาขึ้นบ่านำตัวกลับมาส่งให้พนักงานสอบสวน ด้วยตัวเอง