ปัจจุบันสถานการณ์การละเมิดระบบความปลอดภัยทางข้อมูลของทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนมีจำนวนมากขึ้น เว็บไซต์ของราชการได้ถูกโจรกรรมข้อมูลเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ และถูกลักลอบถ่ายโอนข้อมูลทางราชการ
นี่ยังไม่นับรวมไปถึงการละเมิดความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง ซึ่งเป็นปัญหาการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์
ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับองค์กรInternational Telecommunications Society หรือสมาคมITS ในสหรัฐอเมริกา ร่วมหามาตรการแก้ไขป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์
อะไรที่มีเงินอยู่ตรงไหนคนร้ายมักจะไปรออยู่เสมอ วัตถุประสงค์ทางการเงิน คือการทำธุรกรรมการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่นการแฮ็คบัญชีธนาคารหรือธุรกรรมออนไลน์ต่างๆ ทุกครั้งที่มีการขโมยข้อมูลในเชิงดิจิตอลจะมีการทิ้งร่องรอยอยู่ไว้เสมอ สิ่งสำคัญที่ควรตะหนักถึงคือ ตัวบุคคลต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น หรือถ้าหากเกิดขึ้นแล้วจะสามารถกู้กลับคืนมาได้ในเวลารวดเร็ว
กสทช. ได้ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และธนาคารแห่งประเทศไทย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตื่นตัวในการป้องกันรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูล เพราะคนร้ายจ้องโจรกรรมข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ทั่วโลกก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน
การปลอมแปลงข้อมูล เริ่มมากขึ้น เราไม่รู้วันใดจะเจาะข้อมูลทางเมล์ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยตื่นตัวมีการประชุมกันทุกเดือน กสทช.ลงลึกมากขึ้น เมื่อพรบ.ข้อมูลส่วนบุคคลออก ใน กสทช. ออกภายใน 90 วัน เพื่อคุ้มครองและหาข้อมูลในเชิงบิ๊กดาต้าเพื่อพัฒนาประเทศ
ขณะที่การใช้ข้อมูลจากเลขบัตรประจำตัวประชาชนกับธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คนร้ายสามารถโจรกรรมข้อมูลไปได้ โดยคนร้ายลักลอบนำบัตรประชาชนไปลงทะเบียนเปิดใช้งานในซิมโทรศัพท์มือถือ โดยที่เราไม่รู้ตัว เพื่อเป็นการป้องกัน กสทช.ได้จัดทำแอปพลิเคชัน 3 ชั้น ให้ประชาชนตรวจสอบ หากเจอการโจรกรรมข้อมูลสามารถแจ้งและล็อคการโจรกรรมได้ในทันที
สอดคล้องกับความคิดเห็นของรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการเตือนภัยจากการถูกโจรกรรมข้อมูล โดยการไม่เปิดเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็นโฆษณาแฝงให้อัพโหลด เพราะที่ผ่านมาแฮ็คเกอร์ใช้ไวรัสเพื่อเจาะระบบข้อมูลต่างๆ
ต้องตรวจสอบด้วยว่าคอมพิวเตอร์ใช้ระบบการเชื่อมต่อระบบปิดหรือฐานหน่วยงานใด ที่ผ่านมายังคงมีแฮ็คเกอร์ใช้ไวรัสเพื่อเจาะระบบข้อมูลต่างๆ มาตรการณ์ในการปกป้องเบื้องต้น คือ ให้ผู้ที่ใช้งานได้ตระหนักก่อนว่าใช้คอมพิวเตอร์ระบบใด และปฏิบัติตามคำสั่งของโปรแกรมเมอร์ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้ระบบปิด ยากต่อการเจาะเข้าระบบและได้มีการฝึกเจ้าหน้าผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันภัยคุกคามทางข้อมูล
ควรระมัดระวังการใช้โซเซียลมีเดีย อาทิ ลิงค์ต่างๆทางโซเชียลมีเดียที่เจอโดยทั่วไป ก่อนคลิ๊กเข้าไปควรตรวจสอบก่อนทุกครั้งหรือเว็ปไซต์ เพราะคนร้ายมักเขียนโปรแกรมที่แฝงมากับลิงค์ต่างๆทางโซเซียลมีเดีย ดึงข้อมูลส่วนตัวไปก่อการโจรกรรมทางไซเบอร์