หลอกชวนสมัครงานเสียเงินค่าตัดยูนิฟอร์มก่อนถูกเชิดเงินหนี
13 ธ.ค. 2560 | teerawat_cha

ปราจีนบุรี - หลอกชวนสมัครงาน เสียเงินค่าตัดยูนิฟอร์ม 1,500-2,500 บาท หนุ่มสาวไทย-ต่างด้าวเขมรถูกหลอกโอนเงินค่าสมัครก่อนถูกเชิดเงินหนี
ข่าว
13 ธ.ค. 2560 | teerawat_cha

ปราจีนบุรี - หลอกชวนสมัครงาน เสียเงินค่าตัดยูนิฟอร์ม 1,500-2,500 บาท หนุ่มสาวไทย-ต่างด้าวเขมรถูกหลอกโอนเงินค่าสมัครก่อนถูกเชิดเงินหนี
วันนี้ (13 ธ.ค. 2560) ร.ต.อ.ปกรณ์ ทองไพรวัลย์ รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งจาก น.ส.สายฝน วังช้าง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 7 ต.ทุ่งโพธิ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้พาหลานสาว หลานชาย และเพื่อนๆ 6 คน เข้าแจ้งความว่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้มี น.ส.พัชราภรณ์ นครประเทศ อายุประมาณ 30 ปีเศษ คนรู้จักกันมาพูดคุยและซื้อของที่ร้านตนเองเป็นแม่ค้าตลาดนัด โดยบอกว่าเธอทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมบ้านโคก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทางบริษัทกำลังเปิดรับสมัครพนักงานประจำเป็นจำนวนมาก อยากให้บอกคนรู้จักไปสมัครทำงานได้ทำงานเลยไม่ต้องรอ
ทั้งนี้ น.ส.พัชราภรณ์ บอกว่าเป็นพนักงานในบริษัท มีใครสนใจให้ติดต่อผ่านมายังเธอได้เลย แต่ต้องจ่ายเงินค่าชุดฟอร์มคนละ 1,500-2,500 บาท ด้วยความไว้ใจเพราะว่าผู้หญิงคนนี้มาซื้อของที่ร้านประจำและแต่งตัวดี จึงหลงเชื่อ หลังจากนั้นมาได้ชักชวนหลานๆ ในหมู่บ้านให้มาสมัครงานกับผู้หญิงคนนี้ ชุดแรกมีคนในหมู่บ้านมาสมัคร 8 คน ไม่กี่วันก็มีหลานๆ ไปสมัครและคนที่ไปสมัครงานจะต้องเสียค่าสมัครงานคนละ 1,500-2,500 บาท โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารธนชาต สาขากบินทร์บุรี
น.ส.สายฝน กล่าวอีกว่า น.ส.พัชราภรณ์บอกว่าจะได้ทำงานในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ต่อมาได้รับโทรศัพท์ว่าทางบริษัทขอเลื่อนวันรับสมัครทำงานออกไปก่อนเป็นช่วงหลังปีใหม่ จึงเริ่มเอะใจ เมื่อหลานสาวอีกคนซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวช. บอกว่า น.ส.พัชราภรณ์ ได้นำโน๊ตบุคของหลานสาวไปด้วย เมื่อติดต่อทางโทรศัพท์ปรากฎว่า น.ส.พัชราภรณ์ ไม่รับสาย โทร.ยังไงก็ไม่รับสาย ทุกคนพากันพูดว่าอาจถูก น.ส.พัชราภรณ์ หลอกให้โอนเงินผ่านไปยังธนาคาร เมื่อไปตรวจสอบกับทางธนาคารได้รับคำตอบว่ามีการถอนเงินจากเจ้าของบัญชีไปแล้ว และจากการตรวจสอบเบื้องต้นรูปบัตรประชาชนกับตัวจริงของ น.ส.พัชราภรณ์ ที่มาเปิดบัญชีไม่เหมือนกัน คล้ายกับว่าได้ไปแต่งใบหน้ามา มองยังไงก็เป็นคนละคนกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ น.ส.สายฝน นั่งรอแจ้งความอยู่นั้น ปรากฏว่าน้องสาวได้โทรมาหาบอกว่า ได้ตามไปที่บ้านคลองมะเรา ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านแฟนของ น.ส.พัชรีภรณ์ พบบ้านถูกปิดไม่มีใครอยู่บ้าน และในเวลาเดียวกันผู้เสียหายอีกรายที่ได้ไปบ้าน น.ส.พัชราภรณ์ พบกับแรงงานชาวกัมพูชากว่า 10 คน พากันมาตามหาตัว น.ส.พัชราภรณ์ แต่ไม่มีใครพบตัวสาวรายนี้ ไม่ทราบว่าขณะนี้หลบหน้าไปอยู่ที่ใด
"อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัวผู้หญิงคนนี้มาให้ได้ หลานสาวที่ถูกน.ส.พัชราภรณ์เอาโน๊ตบุคไป มีงานที่อยู่ในนั้น โน๊ตบุคนั้นสำคัญกับหลานสาวมากหากไม่มีรายงานส่งอาจารย์อาจเสียโอกาส จึงพากันมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน" น.ส.สายฝน ระบุ