ชาวบ้านกว่า 100 คน ลงชื่อร้องโครงการ 9101 ส่อทุจริต
08 ธ.ค. 2560 | teerawat_cha

อุบลราชธานี - ชาวบ้านบะไหกว่า 100 คนรวมตัวลงชื่อร้องโครงการ 9101ส่อทุจริต ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ขอเวลา 15 วันได้ข้อสรุป
ข่าว
08 ธ.ค. 2560 | teerawat_cha

อุบลราชธานี - ชาวบ้านบะไหกว่า 100 คนรวมตัวลงชื่อร้องโครงการ 9101ส่อทุจริต ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ขอเวลา 15 วันได้ข้อสรุป
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.60 ชาวบ้านบะไห ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี รวมตัวกัน เรียกร้องกรณีการดำเนินการโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี ของคณะกรรมการบ้านบะไห ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม ส่อไปในทางทุจริต
นางสาวเตือนใจ โคตะ อยู่บ้านเลขที่ 187 บ้านบะไห หมู่ที่ 7 ต.ห้วยยาง กล่าวว่า ชาวบ้านบะไห ได้ร่วมลงรายมือชื่อกว่า 100 คนเพื่อร้องเรียนการดำเนินโครงการ 9101 ของคณะกรรมการชุมชนส่อไปในทางทุจริต เมื่อได้งบประมาณมาไม่มีการทำประชาคมชาวบ้าน ไม่เคยชี้แจงรายละเอียดของโครงการให้ชาวบ้านได้รับทราบ เมื่อได้รับงบประมาณมา ชาวบ้านรับรู้ว่าจะมีโครงการเลี้ยงปลาดุก ในท่อซีเมนต์เท่านั้น พอได้รับงบประมาณมาก็จ่ายค่าแรงงานไม่เท่ากัน บางรายก็ได้เงิน 1,2001,500-1,900 และ 2,400 บาท
นอกจากนี้ก็ยังมีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้เงิน พบว่าชาวบ้านที่ได้เงิน 2,400 บาท จะเป็นคนใกล้ชิดกับคณะกรรมการที่รับผิดชอบโครงการ ซึ่งคณะกรรมการชุมชน ไม่ดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ไม่โปร่งใส ไม่ทำตามระเบียบขั้นตอนและที่สำคัญตรวจสอบไม่ได้
"ท่อซีเมนต์ที่ใช้เลี้ยงปลาดุก บางบ้านก็ได้ 4 ท่อ บางบ้านก็ได้ 2 ท่อ บางบ้านก็ไม่ได้เลย พอถึงวันนัดเอาปลาจากกรรมการชาวบ้านที่ไม่ได้รับท่อซีเมนต์ก็ต้องเลี้ยงปลาใส่โอ่ง ใส่กะละมัง ได้รับปลาครัวเรือนละ 1 ถุง บางบ้านก็ได้ 2 ถุง หัวอาหารปลาดุก 5 กก. ตาข่ายครึ่งม้วน ซึ่งการกระทำของคณะกรรมการมีการเลือกปฏิบัติ เอื้อประโยชน์ให้กับเพื่อนพ้องและญาติพี่น้องมีท่อซีเมนต์ที่เหลือไม่ยอมแจกให้ชาวบ้านยังถูกนำไปทิ้งไว้ที่โรงเรียน ตามไร่นาก็มี" นางสาวเตือนใจ กล่าว
โดยตัวแทนชาวบ้านบะไห 10 คน นำโดยนายมิตร รักษาศรี เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอพบและติดตามเรื่องการร้องเรียนคณะกรรมการดำเนินการโครงการ 9101 ต่อนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายไพฑูรย์ พรหมสอน ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เชิญตัวแทนชาวบ้านมาพบ พร้อมประสานไปยังเกษตรจังหวัดอุบลฯ เรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยได้รับคำตอบว่าจะสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวภายใน 15 วัน ซึ่งชาวบ้านต่างพอใจแยกย้ายกันเดินทางกลับในช่วงบ่ายวันเดียวกัน