ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังได้รับแจ้งจาก พระอธิการณัฐชวนันท์ พุทฺธสโร หรือหลวงพี่ฉอก เจ้าอาวาสวัดวังมะปราง หรือวัดน้ำฉ่า ม.2 ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ว่าเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ฝนกำลังตกปรอยๆ อยู่ ก็ได้ยินเสียงร้องของลูกสุนัขจึงได้เดินตามหา ปรากฏว่าเสียงได้ออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นดิน สภาพเปียกฝนบริเวณด้านหลังศาลาการเปรียญภายในวัด
เมื่อเปิดออกดูด้านในปรากฏว่า พบเป็นลูกสุนัขอายุประมาณ 2 สัปดาห์ สภาพเปียกมอมแมม เพศเมียจำนวน 2 ตัว สีดำ-ขาว และเพศผู้ 1 ตัว สีขาว-น้ำตาล รวม 3 ตัว อยู่ด้านในกระเป๋าที่เปิดช่องไว้เพียงนิดเดียว จึงได้ร่วมกับชาวบ้านที่มาทำบุญขณะนั้น ยกนำไปวางไว้บนผ้าภายในศาลาโรงครัวเนื่องจากกลัวว่าจะโดนน้ำฝนมากกว่าเดิม กับอากาศที่หนาวเย็น
ภายหลังจึงได้มาเปิดกล้องวงจรปิดของทางวัดดูปรากฏว่า พบหญิงสาวอายุประมาณ 30-40 ปี จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 สีแดง-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คนซ้อนท้ายสวมหมวกปิดบังใบหน้า ได้สะพายกระเป๋าใบที่พบบรรจุลูกสุนัขไว้ด้านในมาทิ้งไว้ดังกล่าวก่อนจะขับออกไปจากวัด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 1 นาที
ด้าน พระอธิการณัฐชวนันท์ พุทฺธสโร หรือหลวงพี่ฉอก กล่าวต่ออีกว่า ความรู้สึกตอนนั้นและขณะนี้ ก็สงสารลูกหมาเพราะยังไม่ทิ้งนมแม่อยู่เลย การที่นำมันมาทิ้งก็เท่ากับเป็นการพรากลูกพรากแม่ออกจากกันแล้ว อีกอย่างหมายังหากินด้วยตัวเองไม่ได้ เท่ากับเป็นการมาเพิ่มภาระให้กับพระในวัดและเป็นการเพิ่มบาปให้กับตัวเอง ในหลักการทางพระพุทธศาสนาการพรากลูกพรากแม่เป็นบาปอย่างมาก ตายไปก็ต้องไปตกนรกอย่างเดียว ถ้าคนทิ้งยังมีจิตสามัญสำนึกเกรงกลัวต่อบาปบุญ ก็มาเอากลับไปเลี้ยงได้ โดยไม่ได้ว่าอะไร
และขอฝากถึงคนอื่นๆ ถ้าคิดว่าเลี้ยงไม่รอดก็อย่าเลี้ยงตั้งแต่ตอนแรกไปเลย หรือถ้าเลี้ยงเพศเมียก็ควรคุมกำเนิดให้ดี เพื่อที่จะไม่ให้มันเกิดมาเพิ่มภาระของเจ้าของจนต้องนำมาปล่อยให้เป็นภาระของคนอื่น อย่างไรก็ตามสุนัขภายในวัดขณะนี้ได้มีคนนำมาปล่อยไว้ประมาณ 20 ตัวแล้ว ซึ่งมีพระและเณรเป็นผู้ให้อาหารอยู่ทุกวัน ส่วนลูกสุนัข 3 ตัวล่าสุด ที่นำมาทิ้งไว้อย่างโหดร้าย ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ ทางตนเองได้นำนมจืดไปให้กินวันละ 3 มื้อ แทนนมของแม่ อยู่บนผ้าอย่างอบอุ่นภายในศาลาโรงครัว ส่วนคนที่นำมาทิ้งไว้คาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียง.