คดีการเสียชีวิตของน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ก็เป็นไปตามที่ทางทีมล่าความจริงได้นำเสนอคุณผู้ชมไปแล้วเมื่อวานนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 ว่าในวันนี้ก็ยังคงไม่ทราบผลชันสูตรการเสียชีวิตที่แท้จริงได้ เนื่องจากการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จะต้องทำการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอก่อนว่าใช่อวัยะน้องเมยหรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลา เนื่องจากอวัยวะถูกแช่ในฟอมาลีนทำให้การตรวจเอเอ็นเอมีความยากลำบาก จากนั้นจึงค่อยทำการผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตาย
   ล่าสุดวันนี้ นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม บอกว่า หลังจากสถาบันฯ รับศพนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย มาชันสูตรเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม คณะกรรมการแพทย์ของสถาบันฯ ได้ทำการชันสูตรศพรวมถึงบาดแผลภายนอกและอวัยวะภายในที่ถูกส่งมาพร้อมกับร่างเรียบร้อยแล้ว

  ส่วนอวัยวะภายในซึ่งดองอยู่ในน้ำยาดองศพ(ฟอมาลีน) ที่ทางพนักงานสอบสวนส่งให้สถาบันฯ ตรวจชันสูตรเพิ่มเติมรอบสอง เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แพทย์ได้ทำการตรวจตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็ก เพื่อนำไปตรวจยืนยันว่าเป็นอวัยวะของน้องเมยจริงหรือไม่ แต่ผลการตรวจยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ซึ่งผ่านการดองน้ำยาฟอร์มาลีนมีการเสื่อมสลายมาก การตรวจดีเอ็นเอจึงทำได้ยาก ต้องใช้น้ำยาสกัดสารดีเอ็นเอแบบพิเศษ จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ในขณะนี้

   มีรายงานด้วยว่าอีกสาเหตุที่ทำให้การตรวจดีเอ็นเอล่าช้านอกจากความยากแล้ว น้ำยาสกัดสารดีเอ็นเอแบบพิเศษ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ต้องใช้ตรวจนั้นหมดเกลี้ยงจากสต็อก และยังรองบประมาณในการจัดซื้อ จึงยังไม่สามารถตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออวัยวะได้


   ส่วนความคืบหน้าเรื่องผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของน้องเมยนั้น ทาง พลเอก ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด บอกว่า ทางคณะกรรมการฯ ยังดำเนินการสอบสวนอยู่ ส่วนเรื่องที่ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เน้นย้ำเรื่องการฝึกทหารนั้น จะต้องพิจารณาว่าสถานการณ์ ในปัจจุบันควรต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติมอะไร โดยอาจจะเริ่มจากการทบทวนหลักสูตร/ ระบบผู้ฝึก ไปจนถึงตัวนักเรียนเตรียมทหาร ซึ่งจะต้องมีการออกระเบียบ กฏเกณฑ์ที่ชัดเจน


  ส่วนเรื่องการกักตัวนักเรียนเตรียมทหารเพื่อสอบสวนนั้น ทางผู้บัญชาการทหารสูงสุดยืนยันว่า ไม่มีอย่างแน่นอน และไม่อยากให้เรียกว่าเป็นการสอบสวน แต่เป็นการเรียกน้องๆมาเล่าสู่กันฟังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นยังไง โดยขณะนี้น้องนักเรียนยังคงทำหน้าที่คือการเรียนและการฝึกเป็นปกติ