เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณผู้ชมคงยังจำกันได้ "ล่าความจริง" ได้นำเสนอปัญหาการก่อสร้างอาคารเรียนของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ซึ่งสร้างมานานกว่า 10 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จเสียที เรียกว่านักศึกษาเข้าเรียนจนจบกันไปหลายรุ่น ก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้อาคารหลังนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


ขณะที่ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา ได้เห็นตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จจนชินตา จนกลายมาเป็นข้อความเช็คอินทางเฟซบุ๊คว่า "มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านสี่แยกบ้านแขกที่มีตึกร้างอยู่หน้ามอ" เรียกว่ามีตึกร้างกลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไปเลย  วันนี้ล่าความจริงลงพื้นที่อีกรอบ เพื่อขอสัมภาษณ์ท่านอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ว่าทำไมอาคารแค่หลังเดียวจึงก่อสร้างยาวนานเป็นมหากาพย์แบบนี้

อาคารหลังนี้ คือ ศูนย์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และอาคารเรียนรวม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 172 ถนนอิสรภาพ แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ตามโครงการเป็นอาคารสูง 15 ชั้น ชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น ทำสัญญาเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงวันนี้ กว่า 10 ปีแล้วยังสร้างไม่เสร็จ 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ยุวลักษณ์ เวชวิทยาขลัง รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี บอกกับล่าความจริงว่า สาเหตุที่อาคารสร้างไม่เสร็จตามกำหนดเวลา เนื่องจากทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินมาใช้หมุนเวียนเพื่อก่อสร้างอาคาร ซี่งทางผู้รับเหมาได้ขอเบิกเงินล่วงหน้ากับทางมหาวิทยาลัย แต่เราไม่สามารถอนุมัติได้ เพราะเป็นการทำผิดข้อบังคับมหาวิทยาลัย และระเบียบพัสดุ 
แม้จะมีปัญหาเรื่องผู้รับเหมา แต่อธิการบดีก็บอกว่า มหาวิทยาลัยมีความตั้งใจสร้างอาคารเรียนแห่งนี้ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียน 
แน่นอนว่า นักศึกษาหญิงชายที่เข้าไปมหาวิทยาลัยทุกวัน ก็ได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่อาคารหลังใหม่จะเปิดใช้เสียที เราลองไปฟังเสียงของน้องๆ นักศึกษากัน 
โครงการก่อสร้างอาคารที่ยาวนานเป็นมหากาพย์กว่า 10 ปีนี้ ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ปรากฏว่าอาคารเรียนของที่นั่น สร้างเสร็จไปแล้วหลายอาคาร แต่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี กลับยังมีสภาพไม่ต่างจากตึกร้าง / เรื่องนี้เคยมีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ให้เข้ามาตรวจสอบด้วย โดยเฉพาะการว่าจ้างผู้รับเหมารายแรก เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งถูกมองว่ามีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และภายหลังได้ยกเลิกสัญญาไป 
สำหรับผู้รับเหมาโครงการนี้ คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศมานุกรก่อสร้าง / ทำสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ปี 2558 / ระยะเวลา 570 วัน กำหนดเสร็จวันที่ 17 ตุลาคม 2559 แต่การก่อสร้างก็ไม่เสร็จสิ้น / ทางมหาวิทยาลัยจึงเรียกเงินค่าปรับตามสัญญา วันละ 86,000 บาท นับถึงวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ค่าปรับพุ่งไปถึง 34 ล้านบาทเศษแล้ว ทั้งๆ ที่โครงการก่อสร้างในส่วนของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศมานุกรก่อสร้าง ใช้งบประมาณ 86 ล้านบาท เรียกว่าค่าปรับพุ่งไปเกือบครึ่งหนึ่งของค่าจ้างแล้ว 
เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะในวันพรุ่งนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้เชิญตัวแทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และวิศวกร เข้าร่วมตรวจสอบความแข็งแกร่งของอาคาร และร่วมกันหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาสภาพคล่องของผู้รับเหมา / ล่าความจริงจะเกาะติดมานำเสนอต่อไป