เนชั่นทีวี

ข่าว

"ผลชันสูตรศพ-พยานแวดล้อม" ทางตันคดีน้องเมย?

23 พ.ย. 2560 | wanchat

"ผลชันสูตรศพ-พยานแวดล้อม" ทางตันคดีน้องเมย?

จากปากคำคุณพ่อคุณแม่ของน้องเมย สรุปได้ว่าคำถามที่ยังค้างคาใจคนในครอบครัวอยู่ในขณะนี้ คือเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งฝ่ายคุณพ่อคุณแม่เชื่อว่ามาจากการที่ลูกชาย "ถูกซ่อม" หนักเกินกว่าจะรับไหว ในขณะที่ฝ่ายกองทัพพยายามให้ข่าวว่าสาเหตุการตายอาจมาจากสภาพร่างกายหรือโรคประจำตัวของน้องเมยเอง บทสรุปของคดีนี้จึงขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน คือ 1.ผลชันสูตรศพ กับ 2.การรวบรวมพยานแวดล้อมของตำรวจ

"ล่าความจริง" ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการชันสูตรพลิกศพ และการคลี่คลายคดีการเสียชีวิตที่เป็นปริศนา ได้ข้อมูลว่าผลตรวจชันสูตรศพเบื้องต้นจากทางโรงพยาบาลพระมงกุฎ เกล้า ที่ได้ชันสูตรครั้งแรกไปแล้ว สรุปสาเหตุการตายว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน การสรุปสาเหตุเช่นนี้ วิเคราะห์ได้ว่าการเรียกร้องความเป็นธรรมของฝ่ายครอบครัวน้องเมย ยังพอมีทางเป็นไปได้ เพราะภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เกิดขึ้นได้จากทั้งโรคประจำตัว และถูกกระทำให้ตาย หากแพทย์สรุปว่าเกิดจากโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โอกาสพิสูจน์ความจริงในมุมอื่นๆ ย่อมปิดฉาก
จากจุดนี้เอง จึงทำให้ครอบครัวของน้องเมย ส่งศพลูกชายไปผ่าชันสูตรรอบสองที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอยากรู้คำตอบที่ลึกกว่า ชัดเจนกว่าคำว่า "ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน" หรือไม่ก็ต้องการถ่วงดุลผลการชันสูตร (ขยายได้...ประเด็นนี้ก็มีหลายคนพูดเหมือนกัน แม้แต่คนในแวดวงทหารเองว่า หากเกิดการตายในหน่วยทหาร ไม่น่าจะให้โรงพยาบาลทหารเป็นผู้ผ่าพิสูจน์ศพ)
แต่ปัญหาที่อาจกลายเป็น "ทางตัน" ของคดีก็คือ การผ่าชันสูตรศพในบางกรณีก็ไม่สามารถชี้ขาดเรื่อง "สาเหตุการตาย" ได้ (ขยาย...อธิบายง่ายๆ ว่า การตรวจศพมีผล 2 ด้านอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น คนที่เสียชีวิตจากการออกกำลังกายแล้วหัวใจหยุดเต้น กับคนที่ถูกบังคับให้ใช้ร่างกายอย่างหนักจนเสียชีวิต ผลการชันสูตรจะออกมาเหมือนกัน เพราะฉะนั้น การกระทำใดๆ ที่ส่งผลให้เสียชีวิต จึงต้องอาศัยพยานแวดล้อมอย่างอื่น เช่น การใช้ร่างกายอย่างหนักเป็นไปโดยความสมัครใจ หรือถูกบังคับ ซึ่งหลักฐานส่วนนี้ต้องมาจากตำรวจ การผ่าศพไม่สามารถชี้ชัดได้)
เช่นเดียวกับการผ่าศพเพื่อค้นหาว่ามีโรคอะไรซุกซ่อนอยู่บ้างหรือไม่ หมายถึงเป็นโรคที่คนตายเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าเป็น จึงไม่ได้แสดงอาการแม้จะผ่านการฝึกอย่างหนัก การชันสูตรศพในส่วนนี้ก็จะบอกได้เพียงบางโรคเท่านั้น โดยเป็นโรคที่ส่งผลเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น หัวใจโต , หัวใจมีน้ำหนักมาก , หลอดเลือดตีบ , กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เหล่านี้เป็นต้น แต่บางโรคก็ตรวจจากศพไม่ได้ ต้องตรวจตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ เพื่อค้นหาความผิดปกติ
ฉะนั้นผลของการผ่าชันสูตรศพ จึงเป็นน้ำหนักยืนยันเพียงหนึ่งส่วน ยังต้องประกอบกับพยานหลักฐานในส่วนอื่นๆ ทั้งคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ พยานแวดล้อม ตลอดจนประวัติการรักษาพยาบาลของน้องเมย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะรวบรวมได้มากน้อยแค่ไหน สำคัญที่สุดคือ "พยาน" ว่าจะยอมพูดถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ในช่วงที่น้องเมยเสียชีวิตหรือไม่ (ยกตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าการตายเกิดในสถานที่ปิด แล้วคนในสถานที่นั้นสามัคคีกันไม่พูด มันก็จบ ถ้าพูดแล้วเสียอนาคต ก็ไม่มีใครพูด เมื่อไม่มีข้อมูล คดีก็ไปต่อไม่ได้)
ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ยังแสดงความเห็นว่า การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกว่าน้องเมยเข้าโรงพยาบาลบ่อย แต่ไม่ได้ขยายความว่าเข้าโรงพยาบาลด้วยสาเหตุอะไร เพราะอาจจะแค่เป็นหวัด ท้องเสีย หรือการที่นายทหารระดับสูงอ้างว่าน้องเมยมีโรคประจำตัว การแสดงความเห็นลักษณะนี้เข้าข่าย "ชี้นำคดี" หรือไม่ และอาจส่งผลเสียหายต่อรูปคดีได้ จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังการแสดงความเห็น และคำนึงถึงจิตใจของญาติผู้ตายด้วย

ข่าวล่าสุด