ซึ่งเฟซบุ๊กดังกล่าวถูกโพสต์เมื่อกลางดึกวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พร้อมระบุข้อความประกอบว่า "ตื่นมาเถอะน้อง พ่อ แม่ พี่ น้อง ของน้องรออยู่นะ กลับบ้านไปกราบท่านก่อนอย่าพึ่งทิ้งกันไป สู้ๆนะน้องพี่ขอให้เราปลอดภัย พวกพี่ทำดีที่สุดแล้ว" อย่างน้อยพี่ก็ช่วยให้เราได้มีลมหายใจสู้อีกครั้ง
จากการสอบถาม พ.ต.ต.เกริก แก้วแสนตอ สว.จร.สน.ดอนเมือง เปิดเผยว่า เหตุการดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ระหว่างที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ดอนเมืองปฏิบัติหน้าที่อำนวจความสะดวกบริเวณแยกไฟแดง ใกล้กับสะพานลอยคนข้าม ช่วงคลังน้ำมันบาฟส์ ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปฏิบัติหน้าที่อยู่ 3 นาย จู่ๆมีประชาชนมาแจ้งว่าเห็นผู้ชายล้มหมดสติอยู่บนสะพานลายคนข้าม ทำให้ ด.ต.ธนาธิป ประเสริฐ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ดอนเมือง และ ด.ต.บุญมา ตาแสง ผบ.หมู่งานจราจร สน.ดอนเมือง รีบวิ่งขึ้นไปดู
พ.ต.ต.เกริก กล่าวต่อว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคนไปถึงก็พบว่าชายคนดังกล่าวชักกระตุก2ครั้งก่อนแน่นิ่ง เมื่อใช้มือตรวจสอบลมหายใช้พบว่าชายดังกล่าวไม่หายใจแล้ว จากนั้น ด.ต.ธนาธิป จึงรีบทำการปั๊มหัวใจ ส่วน ด.ต.บุญมา เป็นผู้วิทยุและโทรศัพท์ประสานเรียกรถพยาบาล เมื่อปั๊มหัวใจไปสักระยะปรากฏว่าชายดังกล่าวฟื้นและเริ่มหายใจ จากนั้นประมาณ 5 นาที ก็หมดสติหยุดหายใจไปอีกครั้ง และ ด.ต.ธนาธิป ก็ทำการปั๊มหัวใจอีกรอบจนฟื้นกลับมาหายใจอีก ประกอบกับรถพยาบาลมาถึงจึงรีบนำตัวชายดังกล่าวส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลภูมิพล ล่าสุดรับแจ้งว่าอาการปลอดภัยแล้ว
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางผู้บังคับบัญชาได้รับทราบข้อมูลและกล่าวชื่นชมแล้ว พร้อมจะเสนอมอบรางวัลตอบแทนความดีครั้งนี้ของตำรวจจราจรทั้งสองนายต่อไป ขณะเดียวกันทาง พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น.ที่ดูงานจราจร ก็ได้โทรศัพท์มาสอบถามเรื่องดังกล่าวตั้งแต่เช้าวันนี้แล้ว คาดว่าจะมีการแถลงและมอบรางวัลเพื่อเชิดชูการทำในครั้งนี้ต่อไป" สว.จร.สน.ดอนเมือง กล่าว
พ.ต.ต.เกริก บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาทางสน.ดอนเมือง ได้มีการจัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำให้ ด.ต.ธนาธิป มีความรู้ในการปั๊มหัวใจ ประกอบกับเจ้าตัวได้ศึกษาวิธีการจากอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติม จึงทำให้การช่วยเหลือผู้ป่วยหมดสติซึ่งถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงทีและถูกต้อง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการทำ CPR และรู้สึกดีใจที่ผู้ป่วยชายคนดังกล่าวรอดชีวิต พร้อมแสดงให้เห็นว่าตำรวจเป็นที่พึ่งดูแลประชาชนได้ทุกสถานการณ์