การนัดเจรจาหาทางออกระหว่างตัวแทนครูโรงเรียนอัสสัมชัญ , ศิษย์เก่า และประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย มีขึ้นที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก แต่ปรากฏว่า ภราดา สุรสิทธิ์ สุขชัย ประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ อ้างว่าติดภารกิจ ไม่สามารถเดินทางมาร่วมเจรจาได้ สร้างความผิดหวังให้กับตัวแทนครูและศิษย์เก่าที่ไปรอสังเกตการณ์เป็นอย่างมาก
ดอกเตอร์ สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ ตัวแทนศิษย์เก่าอัสสัมชัญ บอกกับ "ทีมล่าความจริง" ว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ของโรงเรียน เพราะการบังคับให้ครูที่เกษียณต้องรับบำเหน็จเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะทำให้ครูแต่ละคนได้เงินบำเหน็จเพียง "หลักแสนบาท" ทั้งๆ ที่ทำงานมาหลายสิบปี และเงินเดือนก็ไม่สูง อยู่ที่ราวๆ 2 หมื่นถึง 3 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งครูก็ยอม เพราะหวังว่าจะได้รับเงินบำนาญในบั้นปลาย แต่เมื่อไม่ได้รับ ชีวิตหลังเกษียณของครูเหล่านี้ก็ลำบาก เพราะมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวจำนวนมาก โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพโดยไม่ต้องพึ่งลูกหลาน ครูเหล่านี้จึงมองว่าการได้เงินบำนาญตามที่เคยตกลงในสัญญาจ้าง น่าจะเป็นประโยชน์กับชีวิตหลังเกษียณมากกว่า
ดอกเตอร์ สิทธิชัย บอกด้วยว่า เป็นเวลานานกว่า 6 เดือนแล้ว ที่ทางกลุ่มครูและศิษย์เก่าพยายามขอเจรจากับมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย แต่ก็ไม่เคยได้รับความร่วมมือเลย แม้กระทั่งวันนี้ที่คณะครูบอกว่าจะเป็นการขอเจรจารอบสุดท้าย การอ้างว่าติดภารกิจ แสดงว่ามองภารกิจที่เป็นงานทั่วๆ ไป สำคัญน้อยกว่าชีวิตครูอัสสัมชัญ
ความยากลำบากของครูที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณ แต่อาจไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญ สะท้อนผ่านตัวแทนครูที่เกษียณไปแล้ว และถูกบังคับให้รับบำเหน็จเป็นเงินก้อน อย่าง ครูไพบูลย์ นันทโต อดีตครูสอนศิลปะโรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งสอนมานานกว่า 30 ปี ครูไพบูลย์ บอกว่า หลังจากเกษียณเมื่อปี 2547 ตนได้รับเพียงเงินบำเหน็จเพียง 6 แสนบาท ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นเงินกองทุนที่ตนเองสะสมไว้ และตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ตนไม่เคยได้รับเงินบำนาญเลย ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมาก ตนต้องการแค่ให้ทางโรงเรียนจ่ายเงินบำนาญตามระเบียบหรือแค่ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนก็ยังดี เพื่อช่วยเหลือชีวิตบั้นปลายของตน
ขั้นตอนหลังจากนี้ คณะครูจะขอยื่นจดหมายนัดเจรจากับผู้บริหารอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน ซึ่งทางคณะครูและตัวแทนศิษย์เก่าจะพยายามหาช่องทางแบบสันติวิธีในการเจรจา แต่หากยังไม่มีความคืบหน้า ก็จำเป็นต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป