ข้อมูลที่ "ล่าความจริง" ตรวจสอบได้ พบว่า "ขบวนการรับจ้างติดคุกแทน" มีด้วยกัน 2 รูปแบบใหญ่ๆ รูปแบบแรก คุณผู้ชมอาจจะเคยได้ยินข่าวอยู่บ้าง เป็นขบวนการรับจ้างติดคุกแทนในคดีที่ไม่ใหญ่โตมากนัก โทษไม่สูง เช่น คดีเล่นการพนัน หรือละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้ที่รับจ้างติดคุกแทน ส่วนใหญ่จะเป็นคนเร่ร่อน หรือคนไม่มีงานทำ โดยมากเป็นคดีในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่
การรับจ้างติดคุกแทนแบบนี้ ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมมักรู้เห็นด้วย หรือบางพวกก็มีส่วนร่วมอยู่ในขบวนการเลย โดยจะมีบัญชีคนเร่ร่อนของแต่ละท้องที่อยู่ในมือ เมื่อเกิดคดีขึ้น เช่น จับบ่อนการพนัน หรือจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วคนที่ถูกจับจริงไม่อยากติดคุก ไม่อยากถูกดำเนินคดีบนศาล เจ้าหน้าที่หรือนายหน้าก็จะไปหาคนเร่ร่อนเหล่านี้มารับผิดแทน แลกกับเงินประมาณ 3 ถึง 5 พันบาท การติดคุกแทนแบบนี้ ตำรวจจะทำสำนวนฟ้องคนที่มารับจ้างติดคุกแทน ให้เป็นผู้ต้องหาจริงๆ ไปเลย ทั้งชื่อ นามสกุล และตำหนิรูปพรรณ และนำคนเหล่านี้ส่งฟ้องศาลจริง ถูกลงโทษจริง และติดคุกจริง บางทีก็ไปรับจ้างบริเวณใต้ถุนศาลก็ยังมี เรียกว่าพวก "ตีนโรงตีนศาล" นี่คือรูปแบบที่หนึ่ง
ส่วนรูปแบบที่ 2 เป็นการทำในลักษณะขบวนการ โดยมากอยู่ในต่างจังหวัด คนเหล่านี้จะไปเสาะหาคดีใหญ่ๆ โดยมากเป็นคดีจราจร หรือแม้แต่คดียาเสพติด แล้วผู้ต้องหาตัวจริงถูกจับ แต่อาจมีตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ หรือมีหน้ามีตาทางสังคม ก็ไม่อยากถูกดำเนินคดี และไม่อยากติดคุก ขบวนการรับจ้างติดคุกแทน ก็จะมีนายหน้าไปติดต่อว่าสามารถช่วยเหลือเรื่องคดีความได้ จากนั้นก็จะหาช่องโหว่ในคดี เพื่อรับสมอ้างว่าเป็นผู้กระทำผิดตัวจริง และไปรับสารภาพต่อศาล สนนราคาของการรับจ้างติดคุกแทนรูปแบบหลังนี้ จะแพงกว่าแบบแรกมาก ราคาอยู่ในหลักแสนหรือหลักล้าน และรูปแบบหลัง โดยมากเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมจะไม่ได้รู้เห็นด้วย
ทั้งสองรูปแบบนี้ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน เจ้าหน้าที่รู้เห็นด้วยหรือไม่ แต่ก็ถือว่าบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรม ใช้ความยุติธรรมเป็นเครื่องมือทำมาหากิน และทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม จนกระบวนการยุติธรรมไทยถูกมองว่า คุกมีไว้ขังคนจนเท่านั้น ผู้เกี่ยวข้องจึงควรรีบแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน