สำหรับคดีแยกออกเป็น 2 ส่วน คือในส่วนที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. รับผิดชอบ ทำสำนวนส่งอัยการยื่นฟ้องไปแล้วอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลอาญา รัชดา/ และคดีที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งในส่วนนี้กลุ่มตัวแทนด้านเด็ก-เยาวชน ทราบข่าวว่าทางอัยการจังหวัดแม่ฮ่องมีคำสั่งไม่ฟ้อง จึงได้ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด
เมื่อเช้านี้ นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน ตัวแทนเครือข่ายองค์กรด้านเด็กและเยาวชน มูลนิธิเพื่อสตรีกว่า 30 คน รวมตัวยื่นหนังสือถึง อัยการสูงสุด เพื่อตรวจสอบและทบทวนคำสั่งอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคำสั่งไม่ฟ้องข้าราชการฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้มีชื่อเสียง ที่เข้าไปผัวพันการซื้อประเวณีเด็กในแม่ฮ่องสอน และขอให้อัยการสูงสุด ที่มีอำนาจชี้ขาดตามกฎหมายในการสั่งคดีขั้นตอนสุดท้าย มีคำสั่งฟ้องกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยมีนายประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด เป็นผู้รับเรื่อง
นางทิชา กล่าวว่า ทราบข่าวว่า อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ที่ไปมีส่วนผัวพันกับคดีซื้อขายบริการประเวณีเด็กในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนแม่เล้าและผู้จัดหายังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดี ซึ่งเบื้องต้นตำรวจภูธรภาค 5 กำลังทำความเห็นแย้งไปให้อัยการสูงสุดชี้ขาด จึงมาขอให้พิจารณาทบทวนคำสั่งของอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยขอให้มีคำสั่งให้ฟ้อง เพื่อให้ความยุติธรรม ไม่เพิกเฉยต่อการคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ด้านนางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม กล่าวว่า คดีนี้เด็กผู้เสียหายมีอายุต่ำสุดเพียง 15-16 ปี ส่วนผู้ซื้อบริการมีวัยวุฒิ มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นที่ยอมรับของสังคม หากไม่มีการสั่งฟ้องคดีนี้ เกรงว่าต่อไปผู้เสียหายอาจไม่อยากพึ่งพิงกระบวนการยุติธรรม
นายประยุทธ รองโฆษกอัยการสูงสุด บอกว่า จะนำเรื่องเสนอต่ออัยการสูงสุดโดยทันที และหากพบว่าอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสั่งไม่ฟ้องจริง ก็ยังมีขั้นตอนตามกฎหมาย คืออัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ต้องส่งสำนวน ไปให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 /ถ้าเห็นพ้องกับอัยการ คำสั่งนั้นถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เห็นแย้ง สำนวนจะถูกส่งมาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และควรที่จะออกคำสั่งเป็นอย่างไร
ปคม.แจงทำสำนวนส่งอัยการยื่นฟ้อง "แก๊งค้ากาม" แล้ว
ด้าน พลตำรวจตรี กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจ ปคม. บอกว่า ในส่วนของ ปคม.ได้ดำเนินการสอบสวนผู้เสียหาย โดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง ตามหลักสากล ไม่ให้ผู้เสียหายถูกกระทำซ้ำ จึงได้ทำสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง แก๊งนายหน้าค้าบริการและเครือข่าย รวมทั้งดาบตำรวจหนึ่งนายที่มีส่วนข้องกับการขายบริการเด็กสาวชาวแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ ให้อัยการพิจารณา ซึ่งทางอัยการพิจารณาแล้ว ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญารัชดาภิเษก 1 คดี รวม 39 กรรม คือมีการพาเด็กสาวไปค้าบริการ 39 ครั้ง โดยได้นำพยานผู้เสียหายเบิกความล่วงหน้าแล้ว