พลเรือตรี กิตติพงษ์ เรืองเดช ผู้อำนวยการอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ นำสื่อมวลชนชมปืนใหญ่โบราณที่ขุดได้ในพื้นที่อู่ทหารเรือธนบุรี อายุเก่าแก่กว่า 250 ปี หรือช่วงกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 โดยการขุดพบครั้งนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรก ทางเจ้าหน้าที่ได้พบปืนใหญ่โบราณกระบอกอื่น ๆ อีก รวม 12 กระบอก
สำหรับปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดมีน้ำหนัก 5 ตัน หรือ 5,000 กิโลกรัม มีความยาวกว่า 10 ฟุต ปากกระบอกปืนกว้าง 10 นิ้ว ฝังอยู่ในดินลักษณะปากกระบอกปืนหันหน้าลงดิน ลึกประมาณ 2 เมตร นอกจากนี้มีปืนใหญ่ความยาว 8 ฟุต อีก 2 กระบอก รวมไปถึงปืนใหญ่ขนาดรองๆไป
พลเรือตรีสมัย กล่าวว่า เบื้องต้นทราบอยู่แล้วว่า พื้นที่ปากอู่ของกรมอู่ทหารเรือ มีปืนใหญ่ฝังอยู่ จึงได้แจ้งขออนุญาตกรมศิลปากรในการนำปืนใหญ่ขึ้นมา เพราะจะมีการปรับพื้นที่เพื่อซ่อมประตูของกรมอู่ทหารเรือ /จากการตรวจสอบอัตลักษณ์ของปืนใหญ่มี 2 กระบอกใหญ่ที่มีรูปมงกุฏ สัญลักษณ์สหราชอาณาจักร จึงคาดว่า ผลิตจากสหราชอาณาจักร ส่วนที่เหลือจะมีการตรวจสอบอัตลักษณ์ต่อไปว่า กระบอกใดที่ไทยเป็นผู้ผลิตเอง เพราะจะเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์บ้านช่างหล่อ ซึ่งเป็นแหล่งโรงหล่อตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ส่วนจะนำปืนใหญ่ดังกล่าวไปจัดเก็บในสถานที่ใดนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะปืนใหญ่เหล่านี้เปรียบเป็นทหารผ่านศึกที่ได้รับใช้ชาติมาแล้ว ปกป้องชาติจากศัตรู เราต้องให้เกียรติด้วยการไม่ฝังดิน และนำมาไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เตรียมนำมาแสดงพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา
ทั้งนี้ จากการสำรวจอีกหลายพื้นที่ พบว่า ยังมีปืนใหญ่ฝังอยู่ในลักษณะนี้อีก เช่นที่กระทรวงกลาโหม แต่ยังไม่มีนโยบายนำขึ้นมา