เนชั่นทีวี

ข่าว

กฟน. เดินหน้าโครงการอุโมงค์ยักษ์ร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน

24 ก.ค. 2560 | mook

กฟน. เดินหน้าโครงการอุโมงค์ยักษ์ร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน

วันนี้ (20 กรกฎาคม 2560) นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นประธานเปิดโครงการก่อสร้างอุโมงค์ Outgoing สถานีต้นทางชิดลม ซึ่งเป็นอุโมงค์เชื่อมต่อจ่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง และช่วยปรับทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครให้สวยงาม มีความปลอดภัยและพร้อมสู่การเป็นมหานครแห่งอาเซียน "Smart Metro" ณ อาคารสำนักงานใหญ่ การไฟฟ้านครหลวง




นายเทพศักดิ์ ฐิตะรักษา ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ก่อสร้างอุโมงค์เพื่อเชื่อมต่อจ่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มในส่วนต่อขยายจากอุโมงค์ไฟฟ้าใต้ดินเดิมของ กฟน. ที่ปัจจุบันเชื่อมต่อการจ่ายระบบไฟฟ้าระหว่างสถานีต้นทางบางกะปิถึงสถานีต้นทางชิดลม ขนาดแรงดัน 230 กิโลโวลต์ (kV) โดยครั้งนี้จะดำเนินการก่อสร้างเพิ่มเติมจากถนนชิดลม ถึง ถนนสารสิน (ตลอดแนวถนน) และถนนเพลินจิต (จากสี่แยกชิดลม ถึงสี่แยกเพลินจิต) โดยลักษณะการก่อสร้างเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.6 เมตร อยู่ลึกประมาณ 40 เมตร มีความยาวของอุโมงค์โดยประมาณ 1,300 เมตร โดยมีการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยประกอบด้วย ระบบป้องกันความปลอดภัยในกรณีเกิดอุทกภัยด้วยระบบระบายน้ำ (Drainage pump system) และการก่อสร้างทางลงอุโมงค์ในระยะพ้นน้ำ (Freeboard) ในขนาดความสูง 1.20 เมตร รวมถึงติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย และระบบระบายอากาศเพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างทั้งหมดใช้งบประมาณกว่า 878 ล้านบาท มีระยะเวลาการก่อสร้าง 1,080 วัน


สำหรับประโยชน์จากการดำเนินการโครงการก่อสร้างอุโมงค์สายส่งไฟฟ้าแรงสูงครั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการการใช้ไฟฟ้าในย่านธุรกิจสำคัญใจกลางเมืองที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. ลดความเสี่ยงทางกายภาพที่อาจเกิดขึ้นกับสายไฟฟ้าแรงสูงบนพื้นดิน เช่นอุบัติเหตุ ตลอดจนลดผลกระทบจากพายุฝน หรือลมพายุในฤดูกาลต่างๆ รองรับการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าแรงสูงกับโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนการเชื่อมต่อกับท่อร้อยสายที่ กฟน. ก่อสร้างร่วมกับเส้นทางรถไฟฟ้าในถนนเพลินจิต ถือเป็นการดำเนินการที่เชื่อมโยงครอบคลุมแบบบูรณาการทำให้เกิดประโยชน์และมีความคุ้มค่าในการลงทุนมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินโครงการนำสายไฟฟ้าแรงดันสูง 230 กิโลโวลต์ (kV) ลงใต้ดินแล้ว กฟน. ยังได้นำสายไฟฟ้าแรงดันสูงขนาด 12/24 กิโลโวลต์ (kV) รวมถึงแรงดันต่ำขนาด 220/380 โวลต์ (V) ลงใต้ดินไปแล้วรวมจำนวน 7 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสีลม ถนนพหลโยธิน ถนนประดิพัทธ์ ถนนพญาไท ถนนสุขุมวิท ถนนราชวิถี และถนนพระราม 6 รวมระยะทาง 41.9 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ ถนนราชปรารภ ถนนศรีอยุธยา ถนนโยธี ถนนเพชรบุรี ถนนรัชดาภิเษก ถนนเทียมร่วมมิตร ถนนพระราม 4 ถนนพระราม 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนสาทร ถนนนางลิ้นจี่ รวมระยะทาง 45.4 กิโลเมตร และโครงการมหานคร-แห่งอาเซียน เป็นระยะทางอีก 127.3 กิโลเมตร รวมเป็นระยะทางทั้งสิ้น 214.6 กิโลเมตร ซึ่ง กฟน.จะบูรณาการแผนงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น การปรับแผนการดำเนินโครงการในพื้นที่ที่ทับซ้อนกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) การประปานครหลวง (กปน.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (CAT) เพื่อให้แผนดำเนินการมีความสอดคล้อง และลดปัญหาที่ประชาชนจะได้รับอันเนื่องจากการก่อสร้าง ตลอดจนการประสานงานกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการติดตามแผนงานนำสายสื่อสารของผู้ประกอบการทั้งหมดลงดินได้ทั้งหมดอย่างใกล้ชิด


นอกจากนี้ กฟน. ได้มีการวางแผนการบริหารจัดการจราจรร่วมกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อบริหารจัดการการปิดพื้นที่เพื่อเร่งรัดการทำงานให้เสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อจะได้บริหารจัดการการจราจรให้สอดคล้องและส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด ซึ่ง กฟน. ได้มีการจัดทำแผนงานประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรับทราบความคืบหน้าของการดำเนินโครงการตลอดระยะเวลาดำเนินการ โดยจะมีการลงพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลของแผนงานกับประชาชนในพื้นที่ที่จะดำเนินการก่อสร้างหรือใกล้เคียงให้ได้รับทราบก่อนดำเนินการก่อสร้าง โดยหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center โทร 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ข่าวล่าสุด