ต้องบอกว่าวิธีการแบบนี้ไม่ใช่การสำรวจความคิดเห็นตามหลักสถิติที่เขาทำกัน และการอ้างอำนาจของปวงชนนั้น ตามปกติก็ต้องใช้วิธีใช้ปกป้องประชาชนที่ออกความเห็น อย่างการลงคะแนนลับ หรือเลือกตั้ง ด้วยการปิดชื่อ เพื่อป้องกันผู้มีอำนาจกลั่นแกล้งได้ ทั้งการที่ตั้งคำถามขึ้นมาตนก็ไม่รู้ว่าเจตนามีอะไร แต่ไม่อยากให้นายกฯ เสียเวลากับเรื่องแบบนี้ ถ้าอยากจะตั้งคำถามจริงๆ ให้ตั้งคำถามถึงปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ หรือปัญหาราคาสินค้าเกษตร ว่าเป็นอย่างที่เขาว่ากันไหม แล้วนำไปแก้ปัญหาจะดีกว่าหรือไม่ เพราะคำถามทั้ง 6 ข้อ เป็นเรื่องของการเมือง ซึ่งเรื่องการสร้างธรรมาภิบาลที่ดี ก็มีกลไกตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกอยู่แล้ว
นายอภิสิทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนพยายามบอกว่า ทุกคนมีส่วนสร้างปัญหาให้บ้านมือง ถ้าเราช่วยกันดูแลและแก้ไขก็จะดีที่สุด แต่การตั้งคำถามแบบนี้ทำให้เกิดความเผชิญหน้าระหว่าง คสช. กับนักการเมืองมากกว่า เพราะมีการตั้งคำถามถึงนักการเมืองเก่าๆ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าตัวนายกฯเองถือเป็นนักการเมืองเก่าหรือไม่ เพราะดำรงตำแหน่งมานานแล้ว คสช. หลายๆคนก็ทำงานบริหารนานกว่ารัฐบาลสมัยของตน หรือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสียอีก ส่วนที่ถามว่าจะมีการตอบโต้เกิดขึ้นหรือไม่ ตนอยากเรียนว่า ในคำถามสุดท้ายนั้น ถ้านายกฯมีความรู้สึกว่า เสียงวิจารณ์นั้นไม่เป็นความจริง หรือไม่ถูกต้อง ต้องเรียนว่ารัฐบาลนี้ มีกลไกในการชี้แจงมากกว่ารัฐบาลอื่นๆ ในรอบ 20 กว่าปีด้วยซ้ำ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่านักการเมืองในคำถามนั้นหมายถึงใครบ้าง ตนก็เคยก็วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล แต่ไม่เคยมีวัตุประสงค์ให้ร้าย และกล้าท้าด้วยว่าไม่เคยบิดเบือนข้อมูล ตนเคยวิจารณ์เยอะเพื่อต้องการให้นายกฯรับฟัง เป็นการให้ข้อเสนอแนะสร้างสรรค์ ทำไมต้องเหมารวมว่าเป็นการวิจารณ์ เพื่อด้อยค่า คสช. ดังนั้นเรื่องนี้ควรที่จะปรับทัศนคติกันหน่อย ถ้าอยากให้บ้านเมืองไปอย่างราบรื่น ต้องไม่สร้างความขัดแย้งด้วยการเผชิญหน้า
"ส่วนคำถามที่ว่า คสช. หนุนพรรคได้หรือไม่นั้น เป็นสิทธิของท่านเหมือนคนไทยทั่วๆไป หมายถึงสิทธิส่วนบุคคล แต่อย่าลืมว่าถ้าการสนับสนุนนั้นเป็นการกระทำที่อิงการใช้อำนาจของรัฐ จะเป็นเรื่องขัดกับหลักธรรมาภิบาลทันที เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้ง มีปัญหาเพราะรัฐบาลก่อนๆ ใช้อำนาจในทางที่ผิดระหว่างจัดการเลือกตั้ง ทำให้กลไกของรัฐไม่เป็นกลาง ซึ่งเป็นกลไกสร้างวิกฤติ ถ้าใช้อำนาจรัฐควบคู่ไปก็ไม่ต่างจาก รัฐบาลที่ใช้อำนาจมิชอบในอดีต และยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จอย่าง ม.44 ด้วย พูดภาษาบ้านๆ คือมีอำนาจใหญ่กว่า กกต. ลองคิดดูว่าประชาธิปไตยบ้านเราจะเป็นอย่างไร" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ตนว่าไม่จำเป็นต้องตอบ 6 คำถามก็ได้ แต่ใครอยากถามอยากตอบคำถามก็ตอบไป แต่อย่าทำให้หลักการบ้านเมืองเขว และอย่าเพิ่มคู่ขัดแย้งใหม่ ตอน คสช. เข้ามาใหม่ๆ ก็พยายามบอกว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งใคร แต่ที่ตั้งคำถามคือการดึงตัวเองเข้ามาเป็นคู่กรณี ซึ่งขอให้ช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเดินหน้าอย่างไรส่วนที่มองว่านี่คือคำถามเพื่อตั้งพรรคใหม่หรือไม่นั้น ตนไม่สนใจว่าตั้งหรือไม่ แต่ในระบอบประชาธิปตัยสนับสนุนให้มีการแข่งขันกัน ที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาปากท้องของประชาชน นายกฯควรให้ความสำคัญเรื่องนั้นมากกว่า และไม่ควรดึงตัวองเข้าสู่ความขัดแย้ง คนดีไม่จำเป็นต้องคิดเห็นเหมือนกันทุกเรื่อง ทำไมต้องผล้กคนเห็นต่างเป็นคนไม่ดี.