เนชั่นทีวี

ข่าว

Paradise Papers แฉองค์กรดังและบุคคลผู้มีชื่อเสียงนับหลายร้อยคนจากทั่วโลก

07 พ.ย. 2560 | Ekkapon

Paradise Papers แฉองค์กรดังและบุคคลผู้มีชื่อเสียงนับหลายร้อยคนจากทั่วโลก

Paradise Papers แฉองคค์กรดังและบุคคลผู้มีชื่อเสียงรับหลายร้อยคนจากทั่วโลก แอบซุกเงินไว้ในต่างประเทศถึง 13.4 ล้านฉบับที่รั่วไหลหลุดออกมาจากบรรดาบริษัทบริหารสินทรัพย์ในดินแดนที่สามารถทำการหลบเลี่ยงภาษีหลายแห่ง โดยมีการกล่าวอ้างถึงพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ราว 10 ล้านปอนด์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ได้ถูกนำไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศในลักษณะดังกล่าวด้วย


Paradise Papers ยังระบุถึง วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีหุ้นอยู่ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย และยังคงได้รับผลประโยชน์ในบริษัทขนส่งสินค้ที่มีรายได้ปีละหลายล้านดอลลาร์ โดยบุตรเขยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และบุคคลอีก 2 คนที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรถือหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าวด้วย
ขณะที่ Boston Consulting Group บรืษัทวิจียของสหรัฐมีการประเมินถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเม็ดเงินมากมายถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่ากระจายอยู่ในต่างประเทศเพื่อเก็บเป็นความลับนี้ เทียบเท่ากับจีดีพีทั้งของสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส รวมกันนั้น เป็นจำนวนมหาศาลทีเดียว


1. Paradise Papers แฉองคค์กรดัง มหาเศรษฐีและบุคคลผู้มีชื่อเสียงทั่วโลกแอบซุกเงินโดยนำเงินไปลงทุนในประเทศที่ช่วยในเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษี มีจำนวนนับ 13 ล้านราย เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากในปีที่แล้วมี การเปิดโปงจาก Panama Papers เป็นฉบับแรก โดยที่สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (International Consortium of Investigation Journalist) หรือ ICIJ ได้เข้าตรวจสอบการทำข่าวสืบสวนสอบสวนนี้
Paradise Papers ยังจะเปิดโปงที่อ้างถึงข้อมูลด้านการเงินและภาษีของบุคคลและบริษัทต่าง ๆ เป็นบางส่วน จากจำนวนหลายร้อยแห่งที่ถูกระบุอยู่ในเอกสาร ซึ่งหลายแห่งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องกับสหราชอาณาจักร
นอกจากนี้ รายงานหลายเรื่องในเอกสารของ Paradise Papers มุ่งเน้นที่วิธีการของนักการเมือง บริษัทข้ามชาติ บุคคลดังและมหาเศรษฐีผู้มีทรัพย์สินมหาศาลที่ใช้กองทุน มูลนิธิ และบริษัทตั้งขึ้นที่มีแต่ชื่อ เพื่อปกปิดเงินที่ต้องเสียภาษี หรือเก็บเป็นความลับ โดยธุรกรรมไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

2. เอกสารของ Paradise Papers ที่ปรากฏในสื่อทั่วโลก ได้กล่าวอ้างถึงพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ราว 10 ล้านปอนด์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ได้ถูกนำไปลงทุนในกองทุน Jubilee Absolute Return Fund ที่เกาะเบอร์มิวดา 5 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2004 และนำไปลงทุนที่กองทุน Dover Street VI Cayman Fund LP ซึ่งลงทุนในกิจการด้านการแพทย์และเทคโนโลยี 7.5 ล้านดอลลาร์ ในปี 2005 ที่เกาะเคย์แมน
โดยที่ Duchy of Lancaster ซึ่งเป็นสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นมูลค่ารวมถึง 500 ล้านปอนด์ ได้ชี้แจงว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนดังกล่าวนี้
Paradise Papers ยังอ้างถึงลอร์ด แอชครอฟต์ อดีตรองประธานพรรคอนุรักษ์นิยม และผู้บริจาคคนสำคัญ อาจละเลยต่อกฎเกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศ โดยมีบ้านถาวรอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีรายได้ที่มาจากต่างประเทศให้แก่สหราชอาณาจักร ทั้งที่มีรายงานระบุว่าในตอนนั้น ลอร์ด แอชครอฟต์ ได้เป็นผู้พักอาศัยถาวรที่ต้องเสียภาษีในสหราชอาณาจักรแล้ว รวมทั้งเขายังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการระดมทุนในฐานะการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่งในสโมสรเอฟเวอร์ตัน

3. ส่วนทางด้านบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ของ Paradise Papers ยังระบุถึง วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีหุ้นอยู่ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย และยังคงได้รับผลประโยชน์ในบริษัทขนส่งสินค้ที่มีรายได้ปีละหลายล้านดอลลาร์ จากการขนส่งน้ำมันและก๊าซให้แก่บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย โดยบุตรเขยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และบุคคลอีก 2 คนที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรถือหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ วิลเบอร์ รอสส์ ยังเคยช่วยให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่จ้องประสบกับภาวะการล้มละลายในช่วง 1990
Paradise Papers ยังกล่าวถึงหัวหน้าทีมระดมทุนของจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายเงินลงทุนของอดีตวุฒิสมาชิกไปต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีหลายล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ผู้นำแคนาดาที่รณรงค์ต่อต้านดินแดนสวรรค์ทั้งหลายที่ปล่อยให้มีการเลี่ยงภาษีอาจต้องเสียหน้า

4. ขณะที่เอกสารรั่วไหลมาจากบริษัท Appleby ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านกฎหมายตั้งอยู่ในเบอร์มิวดา ช่วยลูกค้ากำหนดเขตพื้นที่ในต่างประเทศที่มีอัตราภาษีระดับต่ำหรือไม่เก็บภาษี โดยที่ Paradise Papers กล่าวถึงการเก็บเงินสด 2.5 แสนล้านดอลลาร์ของบริษัท Apple ไว้ใน Channel Island of Jersey เพื่อประโยชน์ทางด้านภาษี
แต่ต่อมาทางบริษัท Apple เปิดเผยว่าภายใต้การปรับโครงสร้างใหม่ได้มีการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง โดยที่มีการจ่ายเงินภาษีถึงปีละ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์

5. การเกาะติดเอกสารที่จะมีการเปิดเผยออกมาเป็นระลอกต่อไปของ Paradise Papers ในระยะต่อไป เป็นเริ้องที่ Boston Consulting Group บรืษัทวิจัยในสหรัฐ มองว่าทั่วโลกควรสนใจหรือไม่ เพราะมีผู้ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของรัฐบาลต่างๆ ในการควบคุมศูนย์การเงินต่างประเทศ ซึ่งมักไม่มีประสิทธิผลและล่าช้า โดยที่ข้อมูลต่างๆ ส่วนใหญ่ที่รั่วไหลนั้นมาจากบริษัทที่จดทะเบียนในแคริบเบียน
ทั้งนี้ Boston Consulting Group มีการประเมินว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเม็ดเงินมากมายถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่ากระจายอยู่ในต่างประเทศเพื่อเก็บเป็นความลับนี้ เทียบเท่ากับจีดีพีทั้งของสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส รวมกันนั้น เป็นจำนวนมหาศาลทีเดียว

ข่าวล่าสุด